จับตาสถานการณ์น้ำ เตือน 12 จังหวัดเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน

รัฐบาลจับตาสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกำชับกรมชลประทานเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์อุทกภัย
กรมชลประทานรายงานว่า จากร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
รายชื่อ 12 จังหวัดพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน มุกดาหาร สระบุรี ร้อยเอ็ด ยโสธร นครพนม อุดรธานี พิษณุโลก และอำนาจเจริญ โดยได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สำรวจผลกระทบ และเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือในจุดเสี่ยง
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานยังติดตามปริมาณน้ำเหนือและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ
พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา ติดตามประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเฉพาะ พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ขอให้ติดตามประกาศเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ควรเตรียมขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตรขึ้นสู่ที่สูง รวมทั้งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากฝนตกหนักและอุทกภัยให้ได้มากที่สุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
