ลุ้นหุ้นไทยวิ่ง ! รับศึกเลือกตั้ง เคาะ 20 หุ้นเด่น

ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลง เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับเผชิญแรงกดดันจากแรงขายในกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจากความกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกการขายแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายของบริษัทประกันรายใหญ่ นอกจากนี้ แรงขายทำกำไรหุ้นรายตัว ในกลุ่มค้าปลีกและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นไทย
โดยดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน รวมถึงหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และแบงก์ในช่วงที่กำลังจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ส่วนแนวโน้มทิศทางหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร ในช่วงที่การเมืองร้อนแรงเริ่มเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูกันค่ถ
เริ่มจาก "ภราดร เตียรณปราโมทย์" ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส ประเมินว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเริ่มเห็นภาพการโยกเม็ดเงินมาตลาดหุ้นเกิดใหม่มากขึ้น หลังจากโลกยังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งปัญหาในเวเนซุเอลา อินหร่าน และกรีนแลนด์ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ฟ้องนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้นักลงทุนมองว่า “ทรัมป์” เริ่มเข้าแทรกแซงนโยบายการเงิน และทำให้เม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มทยอยไหลออก
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามคือ วันที่ 19 ม.ค. จีนประกาศจีดีพีไตรมาส 4/68 คาดโต 4.5% ชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/ 68 อยู่ที่ 4.8% ในวันที่ 22 ม.ค. ประกาศตัวเลข PCE สหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ที่ 2.7% รวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่นจะประกาศยุบสภาฯ ซึ่งเห็นหุ้นในตลาดญี่ปุ่นเริ่ม Election Rally หรือปรับตัวขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวเกิดขึ้น ดัชนีปรับขึ้น 7.5% ส่วนของตลาดหุ้นไทย Election Rally ยังน้อย ดัชนีขึ้นเพียง 0.4% โดยหุ้นไทยราคาแลกการ์ด ทั้งที่มีการเลือกตั้ง
เพราะว่ามีปัญหาเรื่องความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่นักลงทุนสถาบันมีการขายหุ้นไทยสุทธิ 8.3 พันล้านบาท โดยเฉพาะในภาคบริการและย้ายไปซื้อหุ้นภาคผลิตแทน ส่วน valuation หุ้นไทยไม่แพง PE 14 เท่า Dividend Yield 4.3% PBV อยู่ที่ 1 เท่า นอกจากนี้คาดว่าการประกาศงบไตรมาส 4/68 บริษัทจดทะเบียนในไทยที่พรีวิว 76% ของมาร์เก็ตแคป มีกำไรสุทธิ 2.6-2.7 แสนล้านบาท จากไตรมาส 4/67 มีกำไรสุทธิ 1.3 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 109% YOY
ขณะที่ทั่วโลกรอศาลฎีกาสหรัฐฯ พิพากษาทรัมป์ กรณีที่ทรัมป์ขึ้นภาษีกับทั่วโลก คาดว่าผลพิจารณาคดีจะรู้ผลในกลางปีนี้ทำให้ต่างชาติชะลอการลงทุน
ทั้งนี้หากย้อนดูในอดีตที่ผ่านมาช่วงเลือกตั้งใน 2 สัปดาห์แรก หุ้นไทยปรับขึ้น 2% และหลังจากเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือนหุ้นไทยขึ้น 2.6% และเริ่มเห็นเม็ดเงินต่างชาติกลับเข้ามาซื้อในช่วง 14-15 ม.ค.ที่ผ่านมา 5,000 ล้านบาท โดยหุ้นได้ประโยชน์จากเลือกตั้งคือหุ้นที่อิงกับโครงการประชานิยม เช่น CPALL , CPAXT ,CRC ,HMPRO รวมถึงหุ้นไฟแนนซ์รับผลบวกฐานเศรษฐกิจรากหญ้าจากสภาพคล่องหมุนเวียน เช่น SAWAD , MTC , TIDLOR ที่ลงมาลึกอาจจะฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม หากเทียบหุ้นไทยกับประเทศเพื่อนบ้านพบว่า ฟิลิปปินส์บวก 7% ต่างชาติซื้อสุทธิ 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไต้หวันบวก 8.6% ต่างชาติซื้อสุทธิ 665 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกาหลีใต้บวก 14.5% ต่างชาติซื้อ 429 ล้านดอลลาร์ อินโดนีเซียบวก 5% ต่างชาติซื้อสุทธิ 434 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยขายสุทธิ เนื่องจากมีบิ๊กล็อตหุ้น DELTA 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้หุ้นไทยขายสุทธิ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเมินกรอบแนวรับ 1,230 จุด แนวต้านแรกที่ 1,280 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,300 จุด
หุ้นเด่นแนะนำ หุ้นที่คาดว่าเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้ามาซื้อ และ Rotation หรือย้ายการลงทุนจากหุ้นแบงก์
- หุ้น PTT ราคาเป้าหมาย 36 บาท
- หุ้น IVL ราคาเป้าหมาย 26 บาท
- หุ้น BDMS ราคาเป้าหมาย 30 บาท
- หุ้น PLANB ราคาเป้าหมาย 8 บาท
ฝั่ง “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” CFTe,CISA ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนักกลยุทธ์การลงทุน บล. กรุงศรี มองว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าคาด“แกว่งตัวขึ้นต่อ” หลังจากดัชนีหุ้นไทยมีสัญญาณบวกทาง Technical ผสาน Flow ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อและต้นสัปดาห์นี้คาดหวังรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน (GDP จีน 4Q25 ฯลฯ มีโอกาสออกมาขยายตัว) ผสานธนาคารกลางจีนเตรียมลดดอกเบี้ยช่วงต้นสัปดาห์
ประกอบกับค่าเงิน Dollar เริ่มชะลอการแข็งค่า มองใกล้ติดแนวต้าน 100 จุด บนมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐในปี 2026 ยังเป็นขาลงเป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาดหุ้นฝั่ง EM และไทย และภายใน ใกล้วันเลือกตั้งคาดหวังแรงหนุนจาก Election Rally รวมถึงรายงาน 4Q25 กลุ่มการเงินรายงานงบออมาแล้วคุณสินทรัพย์ดีขึ้น หนุนจิตวิทยาหุ้นอิงภายในคาดผลประกอบการทางบวก
โดยรวมประเมินหุ้นนำตลาด 1. หุ้นคาดการณ์กำไร 4Q25F ดี ADVANC, TRUE, SC ,ITC, BDMS, BCH 2. กลุ่ม China Play PTTGC, IVL 3. กลุ่ม Deep Value (CPALL, BDMS)
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย
• (*) US Econ: 21 ม.ค. ติดตาม GDP 3Q25 คาด +4.3%q-q เท่ารายงานรอบก่อน, 23 ม.ค. ติดตามดัชนีความเชื่อมั่น ม. มิชิแกน, ดัชนี Flash PMI ม.ค.
• (*) US Housing: 20 ม.ค. ติดตามยอดขอสร้างบ้านใหม่ พ.ย. และยอดขายบ้านใหม่ พ.ย.
• (*) CH Econ: 19 ม.ค. รายงาน GDP 2025 จีน คาด +5.0%, ดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจ ธ.ค. ได้แก่ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม คาด +5.0%y-y vs prev. +4.8%y-y, ดัชนีค้าปลีก +1.1%y-y vs prev.+1.3%y-y,การลงทุนสินค้าคงทนคาด -3.1%ytd y-y vs prev.-2.6%ytd y-y
• (*) BOJ Meeting: 23 ม.ค. ติดตามการประชุม BOJ คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75%
• (*) TH Earning 4Q25 : 19 ก.พ. KKP 20 ก.พ.TTB 21 ก.พ. KBANK, SCB,KTB
• (*) TH Tourism : 20 ม.ค. รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
