วัดอรุณในวันที่ผู้คนหลั่งไหล ศรัทธา ความนิยม และโจทย์การจัดการพื้นที่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพของนักท่องเที่ยวสวมชุดไทยยืนอยู่หน้าพระปรางค์สูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของการท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลก วัดอรุณราชวราราม ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นศาสนสถานสำหรับการไหว้พระและการศึกษาศิลปวัฒนธรรม กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะแลนด์มาร์กสำคัญที่ต้องรองรับผู้คนจำนวนมากในแต่ละวัน การเปลี่ยนผ่านนี้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับเส้นแบ่งของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กับพื้นที่ท่องเที่ยว และวิธีบริหารจัดการความนิยมโดยไม่ทำให้แก่นของวัดเลือนหายไป
จากศาสนสถานริมเจ้าพระยาสู่แลนด์มาร์กระดับโลก
ข้อมูลจากแถลงการณ์ของ วัดอรุณราชวราราม ระบุชัดว่า วัดมีนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเฉลี่ยวันละราว 10,000 คน หากคำนวณในเชิงปริมาณ เท่ากับมีผู้เข้าใช้พื้นที่มากกว่า 300,000 คนต่อเดือน และประมาณ 3.6 ล้านคนต่อปี ตัวเลขระดับนี้ทำให้วัดอรุณกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่มีผู้มาเยือนสูงสุดของกรุงเทพมหานคร และอยู่ในระดับเดียวกับแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่งของประเทศ
จำนวนดังกล่าวไม่ได้กระจุกตัวเท่ากันตลอดทั้งวัน ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นช่วงที่มีความหนาแน่นสูง โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์และฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งบางวันจำนวนผู้เข้าออกพื้นที่อาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายพันคน นี่คือบริบทที่ทำให้วัดต้องขยับจากการดูแลศาสนสถานแบบดั้งเดิม ไปสู่การบริหารพื้นที่สาธารณะที่มีการไหลเวียนของผู้คนตลอดเวลา
ความนิยมที่เติบโตไปพร้อมกระแสวัฒนธรรม
กระแสการแต่งกายชุดไทยและการถ่ายภาพในบริเวณวัดอรุณไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ค่อย ๆ เติบโตตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล ภาพถ่ายจากวัดถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนอยากมาสัมผัสบรรยากาศจริงด้วยตนเอง สำหรับหลายคน การได้ถ่ายภาพคู่กับสถาปัตยกรรมไทยอันงดงามคือการแสดงความชื่นชมต่อวัฒนธรรม มากกว่าการมองวัดเป็นเพียงฉากหลังของคอนเทนต์
เมื่อพื้นที่เดียวรองรับหลายบทบาท
การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวทำให้วัดอรุณต้องรองรับผู้มาเยือนที่มีวัตถุประสงค์หลากหลาย ทั้งผู้มาทำบุญ ผู้มาชมสถาปัตยกรรม และผู้มาใช้บริการถ่ายภาพ ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำให้ทุกกลุ่มสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้โดยไม่รบกวนกันเกินจำเป็น วัดได้กำหนดแนวทางสำหรับการให้บริการถ่ายภาพ โดยช่างภาพต้องมีสังกัดจากร้านชุดไทยและผ่านการฝึกอบรมมารยาทและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมก่อนเข้ามาทำงานในพื้นที่ นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามรักษาบรรยากาศที่เหมาะสมกับความเป็นศาสนสถาน
การจัดการฝูงชนในวันที่วัดไม่เคยเงียบ
ปริมาณผู้มาเยือนระดับหมื่นคนต่อวันทำให้การจัดการฝูงชนกลายเป็นประเด็นสำคัญ ความหนาแน่นในบางช่วงเวลาอาจทำให้ประสบการณ์ของผู้มาทำบุญและผู้มาเที่ยวแตกต่างจากภาพในอุดมคติ วัดจึงต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสำนักงานเขตและตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความเรียบร้อยและสร้างความเข้าใจร่วมกันกับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ การประสานงานลักษณะนี้ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างการใช้พื้นที่เชิงศาสนาและเชิงท่องเที่ยว
เส้นแบ่งที่ต้องอาศัยกติกาและความร่วมมือ
คำถามว่าใครควรกำหนดกติกาในพื้นที่วัดอาจไม่มีคำตอบแบบตายตัว เพราะพื้นที่เช่นวัดอรุณมีทั้งมิติของศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ กติกาที่เกิดขึ้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นวัดในฐานะผู้ดูแลสถานที่ หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบความเป็นระเบียบ และผู้ประกอบการที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้ ความชัดเจนของแนวปฏิบัติและการเคารพซึ่งกันและกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ
แถลงการณ์ของวัดอรุณราชวรารามจึงทำหน้าที่เป็นทั้งคำอธิบายสถานการณ์และทิศทางในอนาคต ในวันที่ศาสนสถานต้องรองรับผู้คนเฉลี่ยวันละนับหมื่น วัดเลือกเดินบนแนวทางของการปรับตัวอย่างรอบคอบ ด้วยการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างวัด หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ และผู้มาเยือน เพื่อให้วัดยังคงเป็นพื้นที่แห่งศรัทธา ความสงบ และคุณค่าทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็สามารถต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
