รัฐบาล ยืนยันไม่มี "ผู้ป่วยอีโบลา" เข้าไทย ขออย่าเชื่อข่าวปลอม!

ยัน ไทยไม่มีผู้ป่วยอีโบลา
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากตรวจสอบข้อมูลของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน พบว่า ข่าวปลอมที่มีการส่งต่อมากที่สุด เป็นอับดับ 1 คือ เรื่อง “ไวรัสอีโบลาเข้าไทยแล้ว”
รัฐบาลขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง แต่ข้อเท็จจริงคือ เป็นเคสที่เข้ามาตามปกติ โดยในวันนี้ (28 พ.ค.) มีผู้เดินทางมาจากเขตติดโรค เป็น ผู้หญิงชาวดีอาร์คองโก พอเดินทางมาถึง กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการพาไปกักตัวที่สถาบันบำราศนราดูร ตามมาตรฐานการควบคุมโรค ทั้งนี้ จากการซักประวัติพบว่าไม่มีประวัติสัมผัสโรค และได้มีการจองตั๋วกลับประเทศต้นทางแล้ว ขอประชาชนอย่าสับสน วิตกกังวลกับข่าวปลอม
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาลสั่งการกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้เดินทางที่มาจากเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ได้แก่ ประเทศ DR Congo และ Uganda ซึ่งจากการเฝ้าระวังผู้เดินทางฯ ที่เข้ามาในประเทศระหว่างวันที่ 21-25 พ.ค. 69 จำนวน 53 ราย ไม่พบผู้ป่วยที่ต้องเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค
โรคอีโบลา (Ebola Haemorrhagic Fever)
โรงพยาบาลศิริราชฯ เผย จัดอยู่ในกลุ่มโรคชนิดเดียวกับ โรคไข้เลือดออก อันเกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่มีความรุนแรง ถึงแม้ปัจจุบันยังไม่พบเชื้อไวรัสนี้ในประเทศไทย แต่หากได้รับเชื้อ อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยพื้นที่การระบาดของโรคนี้พบมากในแถบแอฟริกา
การติดต่อ
เชื้อไวรัสอีโบลามักแฝงตัวมากับนักท่องเที่ยว และผู้ที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาด หรือการนำเข้าสัตว์ป่าที่เป็นพาหะ เชื้อไวรัสอีโบลานั้นสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น สัมผัสกับเลือดของผู้ติดเชื้อ และมีระยะการฟักตัว 2-21 วัน จึงเริ่มแสดงอาการ
อาการโรคอีโบลา
อาการระยะแรกของผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ส่วนใหญ่จะมีไข้สูงทันที อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศรีษะ และเจ็บคอ ในระยะที่สอง จะมีอาการ ท้องเดิน อาเจียน มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ตับและไตมีอาการผิดปกติเล็กน้อย ในบางกรณีผู้ป่วยที่มีอาการในระยะที่สอง จะมีเลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูง เพราะตับและไตวาย รวมถึงอวัยวะภายในได้รับความเสียหาย
การรักษา
ปัจจุบันยังไม่มีการค้นพบวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา ส่วนวิธีการรักษาที่ทำได้ในขณะนี้ คือการประคับประคองและใช้ยาต้านเชื้อโรค เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน
การป้องกัน
แม้ยังไม่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย แต่สำนักโรคอุบัติใหม่ กรมควบคุมโรคประเมินว่า เชื้อไวรัสอีโบลา อาจแพร่ระบาดมาสู่ประเทศไทยได้ จากการนำเข้าสัตว์ที่เป็นพาหะ เช่น ลิงชิมแปนซี และ สัตว์ป่าอื่นๆ นอกจากนี้ยังเกิดได้จากนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อ โดยอยู่ในระยะที่เป็นพาหะได้นำเชื้อเข้ามา รวมถึงการเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยง หรือการระบาด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
