EA ยานยนต์ไฟฟ้าเกิด สุริยะหนุนEVสุดแรง

EA ยานยนต์ไฟฟ้าเกิด สุริยะหนุนEVสุดแรง
ทันหุ้น
9 ตุลาคม 2563 ( 07:30 )
55
EA ยานยนต์ไฟฟ้าเกิด สุริยะหนุนEVสุดแรง

ทันหุ้น – สู้โควิด – ผู้บริหาร EA ปลื้มรัฐให้ความสำคัญหนุน EV เร่งการใช้เพิ่มขึ้นเป้า 7.5 แสนคัน ชี้ต้องทำทั้ง 2 ทาง ทั้งซัพพลาย และ ดีมานด์ แนะราชการนำร่องใช้ EV ก่อน ย้ำล่าสุดโรงงานเสร็จแล้ว ปักธงเริ่มผลิตรถยนต์EV ไตรมาส1 ปีหน้า ขณะที่เร่งสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจ PCM ต่อ โบรกชี้ ลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถ EV  เข้าทาง EA ประเมินผลงานไตรมาส 3/2563 เข้าไฮซีซันพลังงานลม ดันกำไรปกติแตะ 1.6 พันล้านบาท

 

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า การที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ หรือ EV ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างรวดเร็วนั้น เป็นเจตนาที่ดี ซึ่งเชื่อว่าจะช่วนหนุนการใช้งานรถ EV เพิ่มขึ้น โดยการส่งเสริมนั้นจำเป็นต้องเห็นโรดแมพที่ชัดเจน เหมือนต่างประเทศว่าจะสนับสนุนจุดไหนบ้างต้องให้ชัด ซึ่งก็ควรคำนึงทั้งทางด้านซัพพลาย และ ดีมานด์ควบคู่กัน

 

ส่วนการที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมศึกษามาตรการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วน ซึ่งจะมีส่วนให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าปรับตัวลดลงนั้น เพื่อให้สามารถเป็นไปตามแผนในปี 2573 จะมีการใช้รถ EV 30% หรือประมาณ 750,000 คันนั้น รัฐบาลสามารถดำเนินงานควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างงานภายในประเทศ อาทิ กำหนดระยะเวลาการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการเร่งศึกษาเทคโนโลยี สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ

 

@ แนะราชการนำร่องใช้ EV

 

พร้อมกันนี้ได้ขอให้ภาครัฐบาลนำร่องให้เกิดความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ การเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในระบบราชการ, รถสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถจนส่งสาธารณะภายในจังหวัดและระหว่างจังหวัด ฯลฯ

 

สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาโดยบริษัท ไมน์ โมบิลิตี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EA นั้น ปัจจุบันอาคารโรงงานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิต อีกทั้งอยู่ระหว่างสร้างโรงงานผลิตรถบัสไฟฟ้า โดยมั่นใจว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2564 ตามกรอบเวลา

 

นายอมร กล่าวว่า บริษัทยังคงศึกษาร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สารเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material : PCM) อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม นอกเหนือจากการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง ล่าสุดบริษัทได้จัดส่งสาร PCM ไปทดสอบคุณสมบัติและมาตรฐานเพื่อนำไปผลิตเป็นเสื้อผ้ากันความร้อนหรือหนาว กับบริษัทที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลายราย ทั้งสหรัฐอเมริกา, อินเดีย, จีน, และไทย อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงเน้นการประสานงานผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกเป็นหลัก

 

ทั้งนี้ปัจจุบันโรงงานผลิต PCM มีกำลังการผลิตวันละ 130 ตัน และเน้นการผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก จึงได้ศึกษาเพื่อเพิ่มมูลค่าสาร PCM เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

 

*กำไรปกติ Q3 สวย

 

นายธีร์ธนัตถ์ จินดารัตน์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุการที่รัฐบาลหาแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรการภาษีนั้น  EA มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์สูงสุดเนื่องจากมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่, สถานีชาร์จ, โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถเมล์ไฟฟ้า และเรือโดยสารไฟฟ้า ฯลฯ

 

ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรปกติงวดไตรมาส 3/2563 ประมาณ 1.5-1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน หนุนจากช่วง High season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งมีสัดส่วนกำลังการผลิตมากกว่าอยู่ที่ 386 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตทั้งหมด 664 เมกะวัตต์ (โซลาร์ + ลม)

 

อีกทั้งยังเป็นไตรมาสแรกที่เริ่มรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจ Bio-PCM Phase 1 ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ขนาด 65 ตันต่อวัน และคาดราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันไบโอดีเซล (B100) จะเติบโตสูงทั้งจากไตรมาสก่อน และจากปีก่อน หนุน GPM จากการกลับมาดำเนินงานตามปกติของภาคธุรกิจและการส่งเสริมจากรัฐบาลให้ใช้น้ำมัน B10 เป็นดีเซลขั้นพื้นฐานของประเทศซึ่งล้วนเป็นปัจจัยหนุนดีมานด์และราคาขายทั้งสิ้น จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2564 ที่ 45.50 บาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง