"ปราโบโว" ผู้นำอินโดนีเซียเสนอเยือน "อิหร่าน" ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง หาก 2 ฝ่ายรับข้อเสนอ

เมื่อวานนี้ (6 มีนาคม) กระทรวงต่าวประเทศของอินโดนีเซีย เผยประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เสนอเดินทางไป “อิหร่าน” เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
กระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซียระบุด้วยว่า ปราโบโวจะเดินทางไปอิหร่านก็ต่อเมื่อข้อเสนอของเขาได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่อยู่ในความขัดแย้ง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าข้อเสนอดังกล่าวได้รับการตอบรับแล้วหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ปราโบโวได้ยื่นข้อเสนอทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเพื่อช่วยลดความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศแบบ “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” ของอินโดนีเซียที่มุ่งผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม โดยกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียพร้อมสนับสนุนปราโบโวในการดำเนินแผนไกล่เกลี่ยทันทีที่ได้รับคำสั่งของประธานาธิบดี
ขณะที่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 มีนาคม) นูสรอน วาฮิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการที่ดินและการวางผังเมืองของอินโดนีเซีย ออกมาเปิดเผยว่า ปราโบโวได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศมุสลิมอื่น ๆ ต่อความริเริ่มของอินโดนีเซียในการไกล่เกลี่ยและลดความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
วาฮิด กล่าวว่าประธานาธิบดีปราโบโวต้องการพบกับประธานาธิบดีอิหร่าน หลังจากที่ปราโบโวได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงปากีสถานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เข้าร่วมเป็นตัวกลางเพื่อจัดการความขัดแย้งนี้ ซึ่งทั้งปราโบโวและผู้นำประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม Developing Eight (D-8) ต่างต้องการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งกลุ่ม D-8 เป็นองค์การระหว่างรัฐบาลที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสมาชิก เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย อิหร่าน และปากีสถาน
คำกล่าวของ นูสรอน วาฮิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการที่ดินและการวางผังเมืองของอินโดนีเซีย มีขึ้นหลังจากปราโบโวเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำช่วงเดือนรอมฎอนที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตา ซึ่งเขาใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงอธิบายมุมมองเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNA ว่าข้อเสนอการไกล่เกลี่ยของปราโบโวถือเป็นความเคลื่อนไหวที่กล้าหาญอย่างยิ่ง แม้ว่าบางฝ่ายเชื่อว่าแผนดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากถูกมองว่า “ไม่สมจริง” และอาจเป็นเพียง “กลยุทธ์สร้างภาพ”
ขณะที่ ดีโน แพตตี จาลาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และอดีตเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำสหรัฐฯ ระบุว่า โดยปกติแล้วสหรัฐฯ ไม่ค่อยยอมรับการไกล่เกลี่ยจากบุคคลที่สามในความขัดแย้งของตน แต่น่าจับตามองว่าอินโดนีเซีย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกประเทศแรกๆ ของคณะกรรมาธิการสันติภาพ หรือ Board of Peace ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ความเคลื่อนไหวนี้ของอินโดนีเซียจะได้รับการเห็นชอบจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหรือไม่
ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้มีหลายประเทศที่เสนอตัวเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาทิ กาตาร์, ตุรกี, อียิปต์ และโอมาน ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านกล่าวว่า มีบางประเทศเริ่มความพยายามในการไกล่เกลี่ยแล้ว พร้อมทั้งย้ำชัดเจนว่าอิหร่านมุ่งมั่นต่อสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค แต่อิหร่านจะไม่ลังเลในการปกป้องศักดิ์ศรีและอธิปไตยของตนเอง
เปเซชเคียนกล่าวด้วยว่า การไกล่เกลี่ยควรมุ่งไปยังผู้ที่ประเมินพลังของอิหร่านต่ำเกินไป และเป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้งครั้งนี้ซึ่งเปเซชเคียนหมายถึงสหรัฐฯ และอิสราเอล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
