โควิด-19 : ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงต่อเนื่องเหลือ 13 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย

โควิด-19 : ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงต่อเนื่องเหลือ 13 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย
บีบีซี ไทย
23 เมษายน 2563 ( 12:35 )
27
โควิด-19 : ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงต่อเนื่องเหลือ 13 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย

Getty Images

จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในประเทศไทยยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่ำกว่า 20 รายติดกันเป็นวันที่สอง ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพียง 13 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย

 

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยว่าไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 13 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 2,839 ราย มีผู้รักษาหายกลับบ้านแล้วรวม 2,430 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 359 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย

 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 50 นั้น เป็นหญิงไทยอายุ 78 ปี มีโรคประจำตัวคือหลอดเลือดสมอง เข้ารับการรักษาในวันที่ 21 มี.ค. ด้วยอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบ ก่อนที่จะมีอาการไข้ ปอดบวม ส่งตรวจเชื้อยืนยัน ก่อนที่อาการจะแย่ลงและเสียชีวิตด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด และภาวะการหายใจล้มเหลว

 

นพ. ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ลดลงนั้นก็มาจากความร่วมมือของประชาชน แต่อย่างไรก็ตามยังคงเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงย้ำว่า"การ์ดอย่าตก" ด้วยการปฏิบัติตามค่าปกติใหม่ เรื่องการใส่หน้ากากอนามัยให้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้ "น็อก" อย่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่มีการลดมาตรการ แล้วพบผู้ติดเชื้อพุ่งทะยาน

 

 

"เราทำหน้าที่ของเรากันได้อย่างดี เดือนนี้เข้าเดือนที่ 4 ถ้าบอกเป็นมวยมี 12 ยก ตามทฤษฎีหลายคนบอกต้องยาวนานกันเป็นปี นี่เข้ายกที่ 4 เองนะครับ ซึ่งเรายังต้องเก็บคะแนนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ" นพ.ทวีศิลป์กล่าว

 

ผู้ป่วยรายใหม่ 13 ราย มีรายละเอียดดังนี้

  • ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 5 ราย
  • คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 1 ราย
  • ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 1 ราย
  • ประกอบอาชีพเสี่ยง 1 ราย
  • ตรวจก่อนทำหัตถการ 1 ราย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีของการค้นหาเชิงรุก
  • การค้นหาเชิงรุก ที่ จ.ภูเก็ต 3 ราย โดยเจาะจงกลุ่มที่เข้ารับบริการที่ร้านขายยา และคลินิก

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่นั้นยังคงเพิ่มขึ้นที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต ที่พบเพิ่มแห่งละ 4 ราย รวมถึง ชลบุรี สงขลา ชุมพร ปทุมธานี และนครปฐมที่พบจังหวัดละ 1 ราย ซึ่งขณะนี้กรุงเทพฯ ก็ยังมีผู้ป่วยสะสมที่เข้าข่าย PUI มากที่สุด 10,942 ราย ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยสะสม เช่นเดียวกับในยะลา นนทบุรี ชลบุรี ภูเก็ต และสมุทรปราการ ที่มีผู้เข้าข่ายมากกว่า 1,000 คน

 

เมื่อเจาะจงพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยสะสมมากที่สุดนั้น โฆษก ศบค. อธิบายว่า ขณะนี้มีการขยายการค้นหาเชิงรุกในชุมชนนับตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. เริ่มต้นที่ชุมชนเขตบางเขน และคลองเตย จำนวน 1,876 ราย พบผู้ป่วยติดเชื้อ1 รายเท่านั้น

 

สถานการณ์ทั่วโลกวันนี้พบผู้ติดเชื้อกว่า 2,634,529 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 6,619 ราย ภายในวันเดียว รวมเสียชีวิตสะสม 184,021 ราย ซึ่งประเทศที่กำลังต้องจับตาใหม่ คือ รัสเซีย ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 5,236 รายภายในวันเดียว ในขณะที่ฝั่งเอเชียนั้น สิงค์โปร์ยังคงต้องติดตามเฝ้าระวังด้วยผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลักพันในวันเดียว

 

สำหรับเที่ยวบินที่จะนำคนไทยที่ตกค้างเดินทางกลับนั้น วันนี้มีด้วยกัน 2 เที่ยวบิน จากตุรกี 55 คน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง นักเรียน และมาเลเซียอีก 144 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงาน ส่วนวันพรุ่งนี้ก็มีอีก 2 เที่ยวบินเช่นกันจากญี่ปุ่น 31 คน และอินเดีย 171 คน ซึ่งเป็นภิกษุ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรม ซึ่งทั้งหมดจะเข้าสู่พื้นที่การดูแลของรัฐ

 

Getty Images

กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่านสะเดา ของสงขลาที่พบการติดเชื้อนั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ด่านดังกล่าวมีผู้คนเดินทางผ่านเข้าออกจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นต้องมีการกักกันผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 49 คน และผู้มีความเสี่ยงต่ำอีก 93 คน รวม 142 คนที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงสอบสวนโรคเพื่อหาต้นตอการติดเชื้อ

 

โดยด่านสะเดาจำเป็นต้องปิดด่านเป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ต้องเข้าสู่ระบบการกักกันจำนวนมาก อีกทั้งต้องทำการทำความสะอาด ซึ่งจะใช้ด่านปาดังเบซาร์ในการเดินทางเข้าออกไปก่อน ซึ่งหากใครสามารถชะลอการเดินทางกลับจากมาเลเซียใต้ก็ขอให้เลื่อนการเดินทางไปก่อน โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตจะเข้าไปดูแลในการช่วยเหลือส่งของยังชีพให้

 

สำหรับขณะนี้นั้นเริ่มมีประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติกันมาขึ้น โฆษก ศบค. กล่าวว่า ยังคงน่าเป็นห่วง แต่ขอให้ทุกคนระลึกไว้เสมอว่าการออกจากกบ้านนั้นเสี่ยงที่จะติดเชื้อทั้งสิ้น จึงต้องเน้นการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด สังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด ย้ำหากใช้บริการรถสาธารณะ "ห้ามพูดคุยกันโดยเด็ดขาด" ด้วยมีโอกาสที่ละอองฝอยจากน้ำลายกระจายออกมาทั้งสิ้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง