รีเซต

เงินกู้ 4 แสนล้าน เดินเครื่อง "ไทยช่วยไทยพลัส" แต่ทำไมถูกมอง ช่วยคนไทยไม่สุดทาง

เงินกู้ 4 แสนล้าน เดินเครื่อง "ไทยช่วยไทยพลัส" แต่ทำไมถูกมอง ช่วยคนไทยไม่สุดทาง
TNN ช่อง16
25 พฤษภาคม 2569 ( 14:08 )

วงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เริ่มทำงานแล้ว เพื่อยับยั้งประเทศไทยไม่ให้ตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กลางเงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งนี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้ข่าวจะเริ่มบางเบา แต่ช่องแคบฮอร์มุซจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เปิดเต็มตัว วิกฤตพลังงานยังคงไม่คลี่คลาย

การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครึ่งหนึ่งคือการแบ่งเบาภาระประชาชน กลางวิกฤตราคาพลังงานเพิ่มสูง 

หากวันนี้ ใครได้ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส จำนวน 30 ล้านสิทธิ เพื่อรับเงินสนับสนุน 1,000 บาท ต่อเนื่อง 4 เดือน แบบรัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40  

นี่คือส่วนหนึ่งของเงินกู้ 4 แสนล้าน ที่นำมาช่วยเหลือประชาชน ไม่เพียงแค่ 30 ล้านคนที่ได้สิทธิ แต่รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ที่รัฐบาลชี้ว่า การใช้จ่ายของประชาชนที่จะคึกคักขึ้น 

แต่ในขณะเดียวกัน ข้อจำกัดที่ไม่ให้ธุรกิจ Modern Trade รวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ในระบบภาษีเข้าร่วม ทำให้โครงการนี้ถูกมองว่า ใช้ประโยชน์จากเงินมหาศาลได้ไม่เต็มที่ โดยทีมข่าว TNN สำรวจปัจจัยที่ทำให้ ความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ ไปไม่สุดทาง 

รัฐเสียโอกาสดึงภาษีคืนคลัง (Lost Tax Recycling)

ร้านค้ารายย่อยและร้านโชห่วยจำนวนมาก เป็น “เศรษฐกิจนอกระบบ” ไม่ได้ จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล

ไม่กระตุ้นการผลิต-จ้างงาน

การตัดสิทธิเข้าร่วมของ Modern Trade ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และแหล่งจ้างงานหลัก ทำให้เสียโอกาสกระตุ้นการผลิตและจ้างงาน 

ไม่ครบวงจร ห่วงโซ่อุปทาน

SME และผู้ผลิตรายย่อย พึ่งพาช่องทางค้า Modern Trade เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค แต่เมื่อมาตรการไม่ครอบคลุม ทำให้เม็ดเงินจากรัฐ ไปไม่ถึงผู้ผลิตรายย่อยอย่างแท้จริง

สูญเสียมูลค่าทวีคูณทางเศรษฐกิจ (Lost Multiplier Effect)

การไม่รวม Modern Trade ในโครงการ จะลดทางเลือกและความสะดวกของผู้บริโภค ทำให้ประชาชนใช้ไม่เต็มวงเงินสิทธิ ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสสร้างมูลค่าทวีคูณ เต็มเม็ดเต็มหน่วย

พลาดโอกาส การประหยัดต่อขนาด” (Economies of Scale)

Modern Trade มีสายป่านและอำนาจต่อรองสูง บริหารต้นทุนและขายสินค้าราคาถูกกว่า “ร้านค้ารายย่อย” หลายรายการ

อย่างไรก็ดี ไส้ในของเงินกู้ส่วนนี้ ยังรวมถึงการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาท ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยเหลือ SME ไทยด้วย

โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของไทยพาณิชย์ ประเมินว่า มาตรการนี้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจและดัน GDP ปี 2569 ได้ราว 0.6-2.7% ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย เชื่อว่า GDP ไทยปี 2569 จะโตได้ 2% เป็นผลจากไทยช่วยไทยพลัส 

หากเงิน 2 แสนล้านแรก เป็นมาตรการระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อยับยั้งเศรษฐกิจไทยไม่ให้เกิด Stagflation 

เงินอีก 2 แสนล้านหลัง จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และพลิกโฉมพลังงานไทยอย่างสิ้นเชิง ด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 

ไม่ว่าจะการสนับสนันโซลาร์เซลล์ ทั้งระดับครัวเรือนและอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ

การสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จไฟเพิ่มทั่วประเทศ ให้การใช้รถไฟฟ้าไม่ได้จำกัดแค่การเดินทางระยะสั้นเท่านั้น 

ไปจนถึงเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมกักเก็บพลังงานสะอาด ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิต

รัฐบาลอนุทิน ยังได้นำมาตรการเหล่านี้ไปหารือกับ IEA หรือ ทบวงการพลังงระหว่างประเทศ ระหว่างการเดินทางเยือนฝรั่งเศส ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้อำนวยการ IEA บอกกับคณะรัฐมนตรีของอนุทินว่า ไทยกำลังเดินไปถูกทางแล้ว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง