Bitwise ปล่อยหมัดเด็ด! เปิดตัว ‘ETFs 2.0’ บน DeFi ชูผลตอบแทน USDC สูงถึง 6%

#Bitwise #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Bitwise Asset Management ได้เปิดตัวกลยุทธ์ "Onchain Vault" (ห้องนิรภัยบนบล็อกเชน) ครั้งแรกผ่านโปรโตคอลการกู้ยืมแบบกระจายศูนย์อย่าง Morpho ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดการเงินไร้ศูนย์กลาง หรือ DeFi อย่างเต็มตัวของบริษัท
โจนาธาน แมน (Jonathan Man) หัวหน้าฝ่ายโซลูชันกลยุทธ์ที่หลากหลายและผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Bitwise เผยกับ The Block ว่า ห้องนิรภัยเริ่มต้นนี้ตั้งเป้าสร้างผลตอบแทน (Yield) สูงสุดถึง 6% จากเหรียญ Stablecoin อย่าง USDC โดยการนำเงินทุนไปจัดสรรในตลาดการเงินแบบ "มีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันเกินมูลค่า" (Over-collateralized) บน Morpho
แมนระบุว่าในอนาคตอาจมีการสนับสนุนเหรียญ Stablecoin หลักอื่นๆ และสินทรัพย์คริปโตเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับกลยุทธ์ DeFi ที่กว้างขึ้น เช่น การแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเค็น (RWA Tokenization), การเสริมสภาพคล่องให้กับกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX Liquidity Provision) และการทำ Yield Farming
Bitwise ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ออกกองทุน ETF คริปโต ระบุว่ากลยุทธ์ Onchain Vault ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีนี้ ออกแบบมาเพื่อให้ DeFi เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนบนบล็อกเชน โดยไม่ต้องจัดการพารามิเตอร์ความเสี่ยงที่ซับซ้อนด้วยตนเอง
“การเงินไร้ศูนย์กลาง หรือ DeFi มอบโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ความซับซ้อนในการบริหารความเสี่ยงบนบล็อกเชนทำให้ภาคนักลงทุนจำนวนมากยังคงรอดูสถานการณ์อยู่ข้างสนาม” แมนกล่าว “นั่นคือเหตุผลที่เราตื่นเต้นมากที่ Bitwise เข้าสู่บทบาทผู้ดูแลห้องนิรภัย (Vault Curation) โดยเราจะเพิ่มมูลค่าที่สำคัญด้วยการนำการบริหารความเสี่ยงระดับสถาบันและการกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้มาวางทับซ้อนบนเครื่องมือที่เน้นการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง (Non-custodial) เหล่านี้”
ภายใต้โครงสร้างนี้ Bitwise จะทำหน้าที่ดูแลการออกแบบกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ในขณะที่เงินทุนของผู้ใช้งานยังคงอยู่ในรูปแบบ Non-custodial และถือครองอยู่บนบล็อกเชน ห้องนิรภัยนี้จะทำงานคล้ายกับพอร์ตโฟลิโอของตำแหน่งการกู้ยืม โดยใช้สมาร์ทคอนแทรค (Smart Contracts) ในการจัดสรรเงินทุนโดยอัตโนมัติภายใต้ขีดจำกัดความเสี่ยงที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
‘ETFs 2.0’
เมื่อเร็วๆ นี้ Bitwise ได้นิยาม Onchain Vault ว่าเป็น “ETFs 2.0” และคาดการณ์ว่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในห้องนิรภัยจะเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในปีนี้ Bitwise ตั้งข้อสังเกตว่าห้องนิรภัยเริ่มได้รับความสนใจในปี 2024 โดยเติบโตจากสินทรัพย์น้อยกว่า 100 ล้านดอลลาร์เป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์ และพุ่งสูงสุดที่ 8.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ก่อนที่ความผันผวนของตลาดในเดือนตุลาคมจะเผยให้เห็นจุดอ่อนในการบริหารความเสี่ยงของบางกลยุทธ์ จนนำไปสู่การสูญเสียและเงินไหลออก ซึ่งทางบริษัทมองว่าการถอยกลับดังกล่าวเป็นการ "รีเซ็ต" ที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ดูแลห้องนิรภัยที่มีคุณภาพสูงสามารถดึงดูดเงินทุนใหม่ในระยะการเติบโตถัดไป
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนบนบล็อกเชนกลายเป็นเป้าหมายหลักของแพลตฟอร์มคริปโตรายใหญ่ โดยเมื่อเช้าวันนี้ Kraken ได้ประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่ “DeFi Earn” ที่สร้างบนโครงสร้างพื้นฐานของ Veda ตั้งเป้าผลตอบแทนสูงสุด 8% ขณะที่ Coinbase ได้ให้บริการกู้ยืมบนบล็อกเชนผ่าน Morpho มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลห้องนิรภัย (Curator)
พอล แฟรมบอต (Paul Frambot) ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Morpho อธิบายว่า “กระดานเทรดอย่าง Coinbase เสนอห้องนิรภัยของ Morpho ให้กับผู้ใช้เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบ Non-custodial ซึ่งในรูปแบบนั้น Coinbase จะเน้นที่การกระจายสินค้าและประสบการณ์ผู้ใช้ แต่ไม่ได้บริหารจัดการกลยุทธ์บนบล็อกเชนด้วยตนเอง ห้องนิรภัยเหล่านั้นจึงต้องการผู้ดูแลอย่าง Bitwise เข้ามาออกแบบกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยง และจัดสรรเงินทุนบนบล็อกเชนโดยตรง เพื่อนำไปกระจายต่อในกลุ่มฟินเทค กระดานเทรด หรือใครก็ตามที่ต้องการผลตอบแทนจาก Stablecoin ของพวกเขา”
แม้ว่าห้องนิรภัยจะมอบความโปร่งใสและการทำงานอัตโนมัติบนบล็อกเชน แต่การกู้ยืมใน DeFi ก็ยังคงมีความเสี่ยง รวมถึงช่องโหว่ของสมาร์ทคอนแทรคและการสูญเสียหากมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกันลดลงเร็วเกินไป ซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิม ห้องนิรภัยบนบล็อกเชนไม่มีประกัน และความสูญเสียสามารถเกิดขึ้นร่วมกันในหมู่ผู้ให้กู้ภายในห้องนิรภัยเดียวกันได้
ที่มา https://www.theblock.co/post/387093/bitwise-onchain-vault-morpho-yield-usdc
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
