รีเซต

ยกก๊วนขนอาวุธสงคราม ยิงถล่มบ้าน อส.ตร. ผวา 2 เดือนยังจับกุมไม่ได้

ยกก๊วนขนอาวุธสงคราม ยิงถล่มบ้าน อส.ตร. ผวา 2 เดือนยังจับกุมไม่ได้
มติชน
23 มิถุนายน 2565 ( 14:54 )
50
ยกก๊วนขนอาวุธสงคราม ยิงถล่มบ้าน อส.ตร. ผวา 2 เดือนยังจับกุมไม่ได้

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน นายอิ่ม นิ่มเพ็ง อายุ 65 ปี อาสาสมัครตำรวจบ้าน สังกัด สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้ติดต่อประสานขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวประจำ จ.ตรัง หลังจากถูกกลุ่มคนร้ายคือนายสุทธิชัย เพ็งผอม หรือบี โพรงเข้ อายุ 35 ปี พร้อมด้วยพวก ใช้อาวุธปืนพกสั้น และอาวุธปืนสงคราม จำนวนหลายกระบอกถล่มยิงบ้านพัก หมายจะเอาชีวิต และประกาศจะตามล่าฆ่านายอิ่มให้ได้ และยังประกาศหากใครยุ่งเกี่ยวชี้เบาะแสให้ตำรวจจับได้ จะฆ่าให้หมดทุกคนด้วย ทำให้นายอิ่ม ต้องหลบหนีและอยู่อย่างหลบซ่อนตลอดเวลา

 

หลังจากที่เหตุเกิด 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 18 มีนาคม และวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ทางตำรวจ สภ.ย่านตาขาว ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ทั้งที่นายสุทธิชัย หรือบี ผู้ต้องหารายนี้ได้ถูกศาล จ.ตรัง ออกหมายจับในคดีนี้แล้ว หมายจับเลขที่ 58/2565 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2565 ในข้อหา 1.พยายามฆ่า ได้ไตรตรองไว้ก่อน 2.พกอาวุธไปที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 3.ทำลายทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์

 

และยังคงเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นและจ้างวานฆ่านายโสภณ ณ นคร หรือ “ต๊อก โคกสะบ้า” อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.นาข้าวเสีย เหตุเกิดพื้นที่ สภ.นาโยง วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการประกันตัวออกมา และผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับติดตัวในคดีพัวพันยาเสพติด คดีฟอกเงิน และพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์อีกหลายคดี

 

ก่อนที่นายอิ่ม ผู้เสียหายจะนำผู้สื่อข่าวไปยังบ้านหลังหนึ่งอ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านปูนที่เกิดเหตุ โดยมีบรรดาเพื่อนซึ่งเป็นอาสาตำรวจบ้าน พร้อมอาวุธปืนประจำกายมาคอยยืนสอดส่องช่วยรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา หวั่นคนร้ายจะตามมาลงมือก่อเหตุซ้ำ นายอิ่ม ได้ชี้ให้เห็นสภาพของบ้านพักได้ปิดล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา เนื่องจากไม่ได้อยู่บ้านมาเป็นระยะเวลา 2-3 เดือนแล้วหลังจากเกิดเหตุ ก่อนจะชี้ให้เห็นสภาพร่องรอยกระสุนปืนพกสั้นและอาวุธปืนสงคราม เจาะเข้าที่ฝาพนังปูนจนทะลุบริเวณด้านหน้าบ้านและข้างบ้านฝั่งซ้าย ประตูบ้าน หน้าต่าง กระจก กระเบื้องหลังคา ยังคงเห็นร่องรอยของคมกระสุนอยู่เช่นเดียวกัน โดยทุกจุดเป็นการยิงระยะต่ำหวังเอาชีวิต

 

 

นายอิ่ม ผู้เสียหาย เล่าว่า บ้านหลังนี้อาศัยอยู่คนเดียว เวลาประมาณ 23.15 น. วันที่ 18 มีนาคม 2565 นอนดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน คนร้ายคือนายบีมายืนเรียกตนและข่มขู่อยู่หน้าบ้าน ตนไม่กล้าเปิดประตูบ้าน ได้เพียงเปิดม่านหน้าต่างดู หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงใส่ประตูบ้าน จำนวน 14 นัด ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่าเดี๋ยวกูกลับมาพบกับมึงอีกแน่ โดยครั้งนั้นตนไม่ได้แจ้งความเพราะรู้จักกับคนร้าย บ้านอยู่ไม่ห่างกัน จึงนำปลอกกระสุนปืนไปมอบให้ผู้ใหญ่บ้าน

 

ส่วนเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ช่วงเวลาประมาณ 15.15 น. วันที่ 24 มีนาคม 2565 ตนนอนดูทีวีอยู่ แต่เกิดสังหรณ์ใจว่าไปนอนในห้องนอนดีกว่า ก่อนได้ยินเสียงรถกระบะ มาจอดบนถนนหน้าบ้าน และได้ยินเสียงว่าคนร้ายลงมายืนข้างบ้านและใช้อาวุธปืน 3 กระบอกยิงถล่มทันที ตนก็นอนหมอบอยู่ ไม่ลุกขึ้นประมาณ 10 กว่านาที ก่อนคนร้ายจะขับรถหลบหนีไป ก่อนที่ตนจะออกมาพบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิด เป็นขนาด 9 มม. ปลอกกระสุนปืนอาก้า และปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 รวมกว่า 50 ปลอก ก่อนที่จะแจ้งตำรวจและลงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

นายอิ่ม เล่าอีกว่า สาเหตุที่หวังจะฆ่าตน ตอนนี้ยังบอกไม่ถูกเหมือนกัน เพราะตนก็รู้จักสนิทกับคนร้ายดี และไม่ได้เป็นคู่ศัตรูกัน แต่คิดสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะคิดว่าตนคอยช่วยเหลือญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต หรือคนที่ถูกคนร้ายรายนี้ไปก่อเหตุ จนมีการถูกจับกุมและดำเนินคดี แต่ความจริงๆตนไม่เคยทำ รวมทั้งเคยมีตำรวจเข้าค้นพบอาวุธปืนบ้านของเครือญาติคนร้ายด้วย จึงคิดว่าน่าจะเป็นมูลเหตุไม่พอใจทั้งที่ตนไม่ได้ทำ

 

นายอิ่ม บอกทิ้งท้ายว่า ตนเป็น อส.ตร.มากว่า 15-16 ปี ตอนนี้หวาดผวาอย่างมากไม่อยู่บ้านมา 2 เดือนแล้วต้องหลบหนีตลอด เพราะคนร้ายเคยประกาศไว้ว่าจะเปิดศึกกับตนและจะฆ่าให้ตาย และหากใครเป็นเบาะแสให้ตำรวจจะยิงปากให้หมด อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรม ทำไมเจ้าหน้าที่เมินเฉยหลังออกหมายจับแล้ว และเป็นคดีอุกฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุกลางวันกลางคืน ทำไมถึงไม่เร่งติดตามคนร้ายให้ได้ ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

 

สำหรับคดีนี้ผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.ต.อ.พูนศักดิ์ เซ็งแซ่ ผกก.สภ.ย่านตาขาว ระบุว่า เราออกหมายจับในคดีนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอยู่ในระหว่างทีมสืบสวน สภ.ย่านตาขาว ร่วมกับทีมสืบสวนภูธร จ.ตรัง เร่งติดตามตัวอยู่ และทาง พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้เร่งรัดให้จับกุมคนร้ายให้ได้อย่างเร็วที่สุดหลังจากนี้ โดยจะประสานกับทางผู้เสียหายเพื่อให้ความปลอดภัยอย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง