ลดโทษ! 'จ่าจำปา' เหลือ 7 วัน ปล่อยตัววันนี้ ยันไม่เกี่ยวกระแสสังคม

ลดโทษ! 'จ่าจำปา' เหลือ 7 วัน ปล่อยตัววันนี้ ยันไม่เกี่ยวกระแสสังคม
มติชน
23 เมษายน 2563 ( 13:45 )
44
ลดโทษ! 'จ่าจำปา' เหลือ 7 วัน ปล่อยตัววันนี้ ยันไม่เกี่ยวกระแสสังคม

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงเหตุผลในการลงโทษกำลังพลพร้อมกำชับดูแลครอบครัว กวดขันวินัยและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รายละเอียดดังที่ทราบแล้วนั้น (อ่านข่าวเพิ่มเติม พา “จ่าจำปา” กลับตรัง สู่อ้อมกอดแม่แล้ว)

 

ในการนี้ คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 ได้เข้าทำการตวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย ผู้ถูกสั่งลงโทษ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตวจในวันเกิดเหตุ พยานบุคคลและพยานแวดล้อมอื่นๆ อย่างรอบด้าน

 

สามารถสรุปได้ว่าถึงแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของ จ่าสิบเอกพีรศักดิ์ จำปา จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรและไม่ปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ได้สั่งการให้ทหารทุกคนปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่ได้ออกประกาศไว้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลและส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะมีโทษสถานหนัก

 

“อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ประกอบกับจำสิบเอก พีรศักดิ์ ได้สำนึกผิดว่าได้กระทำผิดวินัยทหารจริง และที่ผ่านมาได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ส่งผลดีต่อทางราชการและไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรให้ลดโทษจำขังกำหนด 7 วันตั้งต่ 17-23 เม.ย. 2563 ณ เรือนจำ มทบ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช”

 

“การทบทวนการสั่งลงโทษในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะกระแสสังคมมากำหนด แต่เป็นไปตามขั้นตอนของการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับ โดยไม่มีข้อยกเว้น” พลตรีปราโมทย์ กล่าว

 

โฆษกกองทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้วว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ สำหรับการดูแลมารดาที่เจ็บป่วยยังคงให้ทีมแพทย์ของหน่วยทหารเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลตามห้วงเวลาให้ดีที่สุด

 

โดยได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง