อีก 74 ปี !? น้ำอาจ “ท่วมโลก” ผลการวิจัยใหม่จากกรีนแลนด์

นักวิทยาศาสตร์จากโครงการ GreenDrill Project (กรีนดริล โปรเจ็กต์) ค้นพบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเสถียรภาพของแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ เมื่อการเจาะสำรวจโดมน้ำแข็ง Prudhoe Dome ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ เผยให้ว่า โดมน้ำแข็งแห่งนี้เคยละลายหายไปจนหมดเมื่อราว 6,000 – 8,200 ปีก่อน และมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต หากโลกยังคงร้อนขึ้นตามแนวโน้มปัจจุบัน
“แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์” คืออะไร ?
“แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์” (Greenland Ice Sheet) หรือก็คือ 80% ของพื้นที่ในกรีนแลนด์ เป็นพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมา และได้ชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก หากน้ำแข็งทั้งหมดละลาย จะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.4 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเมืองชายฝั่งและระบบนิเวศทั่วโลก
โดมน้ำแข็ง Prudhoe Dome คืออะไร ?
Prudhoe Dome (พรัดโฮโดม) คือโดมน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ตลอดหลายพันปี จากการสะสมของน้ำแข็งบนฐานหินที่ค่อนข้างเสถียร เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งที่มีรูปร่างทรงโค้งคล้ายโดม แม้จะไม่ใช่ภูเขาน้ำแข็งสูงตระหง่าน แต่ชั้นน้ำแข็งที่ถูกอัดแน่นเป็นเวลานานทำให้พื้นที่นี้เก็บรักษาบันทึกทางประวัติศาสตร์ ของภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมโลกเอาไว้ได้อย่างละเอียด
โครงการ GreenDrill Project คืออะไร ?
โครงการ GreenDrill Project (กรีนดริล โปรเจ็กต์) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรทุนวิจัยวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา National Science Foundation (NSF) (เนชั่นแนล ไซแอนซ์ เฟาน์เดชัน) มีเป้าหมายในการเจาะทะลุแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ลงไปถึงชั้นหินฐาน ซึ่งเป็นชั้นหินแข็งที่อยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งและตะกอนที่ถูกแช่อยู่ด้านบนในหลายพื้นที่ เพื่อศึกษาว่าแผ่นน้ำแข็งดังกล่าว มีการตอบสนองกับภาวะโลกร้อนในอดีตอย่างไร
การสำรวจครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดจากข้อมูลที่ได้จากการขุดเจาะในอดีตบริเวณ Camp Century (แคมป์ เซนเชอรี) ฐานทัพในยุคสงครามเย็นที่นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพใช้ในการเจาะน้ำแข็งเพื่อซ่อนขีปนาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบว่า แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีอยู่เมื่อประมาณ 400,000 ปีก่อน โครงการ GreenDrill Project (กรีนดริล โปรเจ็กต์) จะช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์ของแผ่นน้ำแข็งโลก ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการเจาะสำรวจในอนาคต
สิ่งที่ค้นพบ
การเจาะครั้งแรกที่ Prudhoe Dome (พรัดโฮโดม) ใช้เครื่องเจาะ Agile Sub‑Ice Geological Drill (เอไจล์ ซับไอซ์ จีโอโลจิคัล ดริล) เครื่องเจาะน้ำแข็งและหินที่ออกแบบให้สามารถเจาะลงผ่านน้ำแข็ง แล้วเก็บตัวอย่างชั้นหินฐานได้ สามารถเจาะลึกลงไปได้ 509 เมตร
โดยทีมสำรวจสามารถนำตัวอย่างตะกอนใต้แผ่นน้ำแข็งขึ้นมาวิเคราะห์ โดยใช้เทคนิค Luminescence Dating (ลูมิเนสเซินซ์ เดททิง) เทคนิคหาอายุจากแสงเรืองของแร่ที่ถูกฝังใต้ดิน ซึ่งอาศัยการวัดพลังงานอิเล็กตรอนที่สะสมอยู่ในแร่ตะกอน ผลลัพธ์ชี้ว่า ตะกอนใต้ Prudhoe Dome (พรัดโฮโดม) เคยได้รับแสงแดดครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 6,000 – 8,200 ปีก่อน นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวโดมน้ำแข็งเคยละลายจนแสงอาทิตย์ส่องลงมายังขั้นตะกอนนั้นได้
นักวิจัยระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงต้นยุค Holocene (โฮโลซีน) ยุคทางธรณีวิทยา เริ่มตั้งแต่ 11,700 ปีมาแล้วจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอุณหภูมิโลกในยุคนั้นสูงกว่าปัจจุบันราว 3 – 5 องศาเซลเซียส โดยนักวิจัยลองใช้แบบจำลองสภาพอากาศวิเคราะห์ผลออกมา คาดการณ์ว่าบริเวณดังกล่าวอาจจะเจอระดับความร้อนแบบเดียวกันอีกครั้งภายในปี ค.ศ. 2100 หรือในอีก 74 ปีข้างหน้า
การค้นพบนี้ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจว่า ส่วนใดของแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์เปราะบางที่สุด และมีแนวโน้มจะละลายก่อน ข้อมูลจากหินและตะกอนใต้แผ่นน้ำแข็ง เป็นกุญแจสำคัญต่อการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลในระดับท้องถิ่น ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการวางแผนรับมือของชุมชนชายฝั่งทั่วโลก
การที่โดมน้ำแข็ง Prudhoe Dome (พรัดโฮโดม) เคยละลายหายไปทั้งหมดในอดีต แสดงให้เห็นว่าแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกมากกว่าที่คิด และหากโลกยังคงร้อนขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน เหตุการณ์ในอดีตอาจกลายเป็นภาพสะท้อนของอนาคตอันใกล้
โครงการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก Nature Geoscience: https://doi.org/10.1038/s41561-025-01889-9
แหล่งที่มา : University at Buffalo
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
