รีเซต

"เอกนิติ-ศุภจี" กลับมาแน่ เปิดนโยบายเศรษฐกิจไปต่อ รัฐบาล "อนุทิน" 2.0 หากภูมิใจไทยจัดตั้งสำเร็จ

"เอกนิติ-ศุภจี" กลับมาแน่ เปิดนโยบายเศรษฐกิจไปต่อ รัฐบาล "อนุทิน" 2.0  หากภูมิใจไทยจัดตั้งสำเร็จ
TNN ช่อง16
9 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:26 )
11

ส่อง "นโยบายเศรษฐกิจ" ได้ไปต่อ? อนุทิน 2.0 หาก “พรรคภูมิใจไทย” จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง 


เลือกตั้ง 2569 ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการอันดับที่ 1 คือ พรรคภูมิใจไทย และภายใต้สมมติฐานทางการเมืองที่พรรคภูมิใจไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้งครั้งนี้ แน่นอนว่าโครงสร้างของฝ่ายบริหารและทีมเศรษฐกิจ มีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ขณะที่กระทรวงเศรษฐกิจหลักตามที่หาเสียงไว้ คือ การวางตัวนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์


TNN WEALTH พามาย้อนดูกรอบนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลภูมิใจไทยที่คาดว่าจะทำต่อไปหากเป็นรัฐบาล มาตรการเด่นๆ ทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจ 10 Plus” และเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ GDP ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ต่อปี โดยเน้นการประคองกำลังซื้อประชาชนในระยะสั้น ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะกลางและยาว ผ่านมาตรการด้านรายได้ การลงทุน และการลดต้นทุนของภาคธุรกิจ


มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากที่ถูกจับตามองว่าจะกลับมาดำเนินการต่อเนื่อง คือโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมาตรการร่วมจ่ายระหว่างรัฐและประชาชน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ควบคู่กับการขยาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส” เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางในสังคม


ในด้านการลดภาระค่าใช้จ่ายประจำ รัฐบาลภูมิใจไทยตั้งเป้าควบคุมค่าไฟฟ้าสำหรับภาคครัวเรือนในระดับไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟในเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อลดแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระทบทั้งค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ




มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นอีกหนึ่งแกนหลักของนโยบายเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลมีแนวคิด “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ผ่านการใช้กลไกบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC เข้ามาจัดการหนี้เสียและหนี้ค้างชำระของประชาชนรายย่อย เพื่อลดภาระดอกเบี้ย เปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถฟื้นสถานะทางการเงินและกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง


ภายใต้การบริหารของกระทรวงการคลัง ยังมีแนวคิดการออก “พันธบัตรออมพลัส” เพื่อเปิดช่องทางการออมให้กับประชาชนทั่วไป และระดมเงินออมภายในประเทศมาสนับสนุนการลงทุนภาครัฐและโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสการออมไปยังประชาชนวงกว้าง


ในภาคการผลิตและการค้า รัฐบาลภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตร ผ่านแนวคิด “เกษตรมูลค่าสูง” และการใช้กลไก Barter Trade หรือการแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยและลดความเสี่ยงจากปัญหาสินค้าล้นตลาด ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะมีบทบาทในการผลักดันสินค้า “Made in Thailand” ให้เข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ด้วยมาตรการด้านการตลาด การเงิน และการลดต้นทุน


นโยบายดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสุขภาพ เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง