รีเซต

อิหร่านเผยบรรลุความเข้าในเรื่องหลักการของการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ แล้ว

อิหร่านเผยบรรลุความเข้าในเรื่องหลักการของการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ แล้ว
TNN ช่อง16
18 กุมภาพันธ์ 2569 ( 05:50 )
21

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุความเข้าใจเกี่ยวกับ “หลักการชี้นำ” หลัก ๆ ในการเจรจาทางอ้อมรอบที่สอง เกี่ยวกับข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวานนี้ แต่อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ 

อารักชีกล่าวกับสื่ออิหร่านหลังการเจรจาที่นครเจนีวาสิ้นสุดลงว่า “มีการเสนอแนวคิดที่แตกต่างกัน และมีการหารืออย่างจริงจัง ท้ายที่สุดเราได้บรรลุข้อตกลงในภาพรวมเกี่ยวกับหลักการชี้นำบางประการ จากนี้ไปเราจะดำเนินการตามหลักการเหล่านั้น และเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำร่างข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น” 

เขาระบุว่า หลังจากมีการแลกเปลี่ยนเอกสารแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะกำหนดวันสำหรับการเจรจารอบที่สาม

ภายหลังการเจรจา อารักชีกล่าวในการประชุมด้านการลดอาวุธที่เจนีวาว่า “หน้าต่างแห่งโอกาสใหม่” ได้เปิดขึ้น และเขาหวังว่าการเจรจาจะนำไปสู่ทางออกที่ “ยั่งยืน” ซึ่งรับรองการยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านอย่างเต็มที่

แหล่งข่าวที่ได้รับข้อมูลเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ผู้แทนสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ เข้าร่วมการเจรจาที่เจนีวา ซึ่งมีโอมานเป็นคนกลาง ขณะที่ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามทางอีเมลเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะมีส่วนเกี่ยวข้อง “ทางอ้อม” กับการเจรจาที่เจนีวา และเชื่อว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “เขาไม่คิดว่า อิหร่านต้องการเผชิญกับผลลัพธ์ของการไม่ทำข้อตกลง เราน่าจะทำข้อตกลงได้ แทนที่จะต้องส่งเครื่องบิน B-2 ไปทำลายศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของพวกเขา และเราก็ต้องส่ง B-2 ไป”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยเข้าร่วมกับอิสราเอลในการทิ้งระเบิดโจมตีสถานที่ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

นับตั้งแต่การโจมตีดังกล่าว ผู้ปกครองอิหร่านเผชิญแรงกดดันจากการประท้วงบนท้องถนน ซึ่งถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่บีบรายได้จากน้ำมันของอิหร่าน

ไม่นานหลังการเจรจาเริ่มต้น สื่ออิหร่านอ้างคำกล่าวของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี ของอิหร่าน ว่า สหรัฐฯไม่สามารถบีบบังคับให้รัฐบาลของเขาพ้นจากอำนาจได้ โดยอิหร่านอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มเคร่งศาสนานับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979

คาเมเนอี ระบุว่า “ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่ากองทัพของพวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก บางครั้งก็อาจถูกตบอย่างแรงจนลุกไม่ขึ้น” 

วอชิงตันพยายามขยายขอบเขตการเจรจาไปยังประเด็นที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ เช่น คลังขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานยืนยันว่าพร้อมหารือเฉพาะข้อจำกัดต่อโครงการนิวเคลียร์ของตนเท่านั้น เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และจะไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมดหรือหารือเรื่องโครงการขีปนาวุธ

คาเมเนอีย้ำว่า คลังขีปนาวุธอันทรงพลังของอิหร่านไม่อยู่ในข่ายการเจรจา และประเภทหรือพิสัยยิงไม่ได้เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ

สหรัฐฯ และอิสราเอลเชื่อว่า อิหร่านมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอาจคุกคามการดำรงอยู่ของอิสราเอล

อิหร่านยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ แม้ว่าจะมีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินระดับที่จำเป็นต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้า และเข้าใกล้ระดับที่ใช้ผลิตระเบิดนิวเคลียร์

อิหร่านเป็นภาคีของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ซึ่งรับรองสิทธิของประเทศต่าง ๆ ในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ แลกกับการสละสิทธิในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศของสหประชาชาติ

ขณะที่อิสราเอล ซึ่งไม่ได้ลงนามใน NPT ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธว่าครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ภายใต้นโยบายกำกวมที่ใช้มานานหลายทศวรรษเพื่อยับยั้งศัตรูรอบด้าน โดยนักวิชาการจำนวนมากเชื่อว่าอิสราเอลมีอาวุธดังกล่าวจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง