รีเซต

"แบงก์ชาติ" เตือนสัญญาณอันตราย! ประเมินเศรษฐกิจเปลี่ยนไปหมดจากสงครามตะวันออกกลาง ชี้ห่วงเงินเฟ้อพุ่งจากราคาพลังงานสูง

"แบงก์ชาติ" เตือนสัญญาณอันตราย! ประเมินเศรษฐกิจเปลี่ยนไปหมดจากสงครามตะวันออกกลาง ชี้ห่วงเงินเฟ้อพุ่งจากราคาพลังงานสูง
TNN ช่อง16
9 พฤษภาคม 2569 ( 18:31 )
2

"แบงก์ชาติ" เตือนสัญญาณอันตราย เศรษฐกิจเปลี่ยนไปหมดจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง ชี้ห่วงเงินเฟ้อพุ่งจากราคาพลังงานสูง


นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งเริ่มต้นจากมาตรการภาษีสหรัฐ (Tariff) และในปีนี้สงความตะวันออกกลาง ทำให้ธปท.ประเมินเศรษฐกิจเปลี่ยนไปหมด เพราะมีความผันผวนจากราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท การขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ


ทั้งนี้ ธปท.มีมุมมองเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ 1.5% จากการส่งออกดีทั่วทั้งโลก และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ช่วงเดือน ก.พ.2569 ได้ปรับจีดีพีดีขึ้นเป็น 2.1-2.3% เห็นว่าเป็นปีม้าทอง จากที่แย่ก็จะไม่แย่ แต่นั่นเป็นการประเมินก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง


ขณะที่เครื่องยนต์ที่เป็นความหวังจากนักท่องเที่ยวกลับมา ชาวจีนกำลังกลับมาเมื่อตอนไตรมาส 4 ปี 2568 มียอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวดีขึ้น และเห็นการส่งออกไปได้ดี มีสัดส่วน 25-30% เป็นเทคโนโลยี รวมทั้งการจับจ่ายใช้สอยดีจากมาตรการภาครัฐ


อย่างไรก็ตามสงครามตะวันออกกลางทำให้เครื่องยนต์ดับทั้งหมด แม้มีนักท่องเที่ยวแต่ตั๋วราคาแพงขึ้นจึงมีผลต่อการเดินทาง และการบริโภคทุกอย่างแพงหมด มีเพียงภาคการส่งออกในหมวดเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องยนต์ที่พอไปได้


พร้อมกันนี้ ระบุว่า ยอมรับถ้าราคาพลังงานสูงขึ้น กระทบเงินเฟ้อให้สูงขึ้นและเป็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เงินเฟ้อเมื่อเดือน เม.ย.อยู่ที่ 2.89% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ยู่ 0.9% จากราคาพลังงานสูง เริ่มกระทบนโยบายของ ธปท. จึงทำให้ธปท.ห่วงเงินเฟ้อ ต้องจับตาดูใกล้ชิด แต่เป็นเรื่องที่ดูแลควบคุมไม่ได้ เพราะจากต่างประเทศ ซึ่งที่ทำได้คือดูแลราคาสินค้าอย่างไร


 

นางสาวชญาวดี กล่าวว่า มองว่าวิกฤตโควิดหนักกว่าวิกฤตที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะโควิดรายได้หาย จากการปิดเมือง กิจกรรมทุกอย่างหยุดชะงัก รายได้ได้รับผลกระทบ แต่สงครามตอนนี้กระทบเรื่องต้นทุน


นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือช่วง 6 ปีที่ผ่านมาไทยเกิดวิกฤต 4 ครั้ง ทั้งวิกฤตโควิด วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน วิกฤตภาษีสหรัฐ และวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ความสามารถรองรับแรงกระแทก(Cushion)บางลง เหมือนเจ็บซึมๆ อยู่นาน จึงยากหาทางแก้ ไม่ใช่แค่แก้สงคราม แต่แก้ปัญหาที่สะสม อย่างเรื่องหนี้ที่ต้องเร่งแก้


ดังนั้นการแก้ต้องล้มเร็วลุกเร็ว ปัญหาเชิงโครงสร้างรีบแก้ เช่น ด้านการศึกษา เรื่องหนี้ ความสามารถทางการแข่งขัน การเติมสภาพคล่องเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายย่อย และการแก้หนี้เสีย โดยการปรับตัวต้องทำให้ตัวเองให้เบา


สำหรับบริการซื้อก่อนผ่อนทีหลัง (Buy Now Pay Later) หรือ BNPL เช่น กินส้มตำแล้วผ่อน เป็นพฤติกรรมที่เยาวชน มีชีวิตติดแพลตฟอร์ม ทำให้มีปัญหาวินัยการใช้เงิน และเกิดพฤติกรรมของเยาวชนที่ยังไม่ควรลอง หรืออยากรู้ ต้องบริหารจัดการให้ดีก่อน เพราะค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ในขณะที่รายได้รายรับคงที่ โดยที่สำคัญต้องระวังการใช้จ่าย ถ้าเกิดเหตุในอนาคตมีรายจ่ายฉุกเฉิน พ่อแม่พี่น้องป่วย แต่มีเรื่องฉุกเฉิน ภาระหนี้ที่ผ่านมา จะบริหารจัดการอย่างไร



นอกจากนี้ ในภาวะที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง บทบาท ธปท. จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน แม้ปัจจุบันในเครื่องมือนโยบายของ ธปท. มีเครื่องมือเดียวคือ ดอกเบี้ยนโยบาย แต่ดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือที่ขึ้นหรือลงกระทบทุกคน ซึ่งภายใต้สภาวะอาจไม่ตอบโจทย์ปัญหาคนไทยได้


และที่ผ่านมา ทาง ธปท.พยายามผสม ดอกเบี้ย 1% ต่ำสุดในโลก และมาตรการเฉพาะทางการเงิน เช่น คุณสู้เราช่วย ปิดหนี้ไวไปต่อได้ เครดิตบูสต์ช่วยสภาพคล่องเอสเอ็มอี และซีเคียวพลัส นำที่ดินมาเป็นหลักประกัน โดยธนาคารจะพิจารณาสินเชื่อยืดหยุ่นมากขึ้น


ขณะเดียวกันธนาคารพิจารณาจากข้อมูลที่มี ขอดูพฤติกรรมค่าน้ำค่าไฟ และรายได้คงที่หรือไม่ แม้จะไม่มีบัญชี แต่มีวินัย ก็จะเพิ่มการพิจารณาสินเชื่อได้


อย่างไรก็ตามการมีความรู้ทางการเงิน ถ้าเริ่มตั้งแต่เด็ก อาจทำให้ปัญหาหนี้ของไทยดีขึ้นได้ในอนาคต พร้อมกับเชื่อว่าการรับมือปัญหา ไม่ต้องเก่งมากก็ได้ แต่ล้มได้ ต้องลุกให้ไว เนื่องจากความไม่แน่นอนสูง ต้องปรับตัวและเดินต่อเท่าที่ไหว ไม่อยากให้หยุด เพราะถ้าธุรกิจเป็นศูนย์ รายได้ลูกจ้างก็จะศูนย์


“ม้าล้ม ตัวใหญ่ลุกยาก แต่อยากให้ทุกท่าน เป็นม้าลีนลุกง่าย ให้ทุกคนระมัดระวัง การดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจต้องเดินหน้าต่อเนื่อง โดยภาครัฐ ธปท. ทำอยู่ และภาคธุรกิจ ประชาชน ก็ต้องรีบทำ มีปัญหาให้รีบแก้ไข” นางสาวชญาวดี ระบุ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง