สาวยังคาใจ หลังรพ.แจง แม่สมองบวม ยังไม่หาย หมอให้กลับบ้าน สุดท้ายกลับมาเสียที่รพ.

สาวยังคาใจ หลังรพ.แจง แม่สมองบวม ยังไม่หาย หมอให้กลับบ้าน สุดท้ายกลับมาเสียที่รพ.
ข่าวสด
14 พฤศจิกายน 2563 ( 13:02 )
58
สาวยังคาใจ หลังรพ.แจง แม่สมองบวม ยังไม่หาย หมอให้กลับบ้าน สุดท้ายกลับมาเสียที่รพ.

จากกรณีที่ น.ส.อัญญ์ฎานันท์ อายุ 36 ปี ร้องเรียนว่าแม่ของตนคือนางหนูคิด อายุ 54 ปี ชาว จ.เลย ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขณะขี่จยย. เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2563 ได้รับบาดเจ็บ ศีรษะกระแทกพื้น เลือดออกในสมอง ถูกส่งตัวไปรักษาที่รพ.เลย กระทั่งวันที่ 9 พ.ย. แพทย์เจ้าของไข้ ให้แม่กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน ทั้งๆที่แม่ยังปวดศีรษะและมึนงง คนดูแลแม่ก็บอกว่าแม่ยังไม่อยากกลับ ขอให้แพทย์รอดูอาการอีกระยะก่อน

 

แต่ทางแพทย์ยืนยันว่าดีขึ้นแล้วกลับไปพักฟื้นที่บ้านอีกประมาณ 1 เดือน ก็จะหายเป็นปกติ
แต่เมื่อพาแม่กลับมาถึงบ้าน ไม่ถึง 10 นาที แม่ก็เกิดอาการช็อกหมดสติตนและญาติ พากันส่งไปที่ รพ.เชียงคาน พยาบาลก็ช่วยกันปั๊มหัวใจแต่อาการไม่ดีขึ้น จึงรีบนำส่งต่อไปที่รพ.เลย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามที่เคยเสนอไปแล้วนั้น

 

ความคืบหน้าล่าสุด เวันที่ 14 พ.ย.2563 น.ส.อัญญ์ฎานันท์และ นางใบชัชวาลย์ อายุ 70 ปี แม่ของนางหนู เดินทางไปพบ นพ.บัญชา ผลานุวงษ์ ผอ.รพ.เลย และผู้บริหารรพ. เพื่อพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสอบสวนที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ใช้เวลาคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังด้วย

 

น.ส.อัญญ์ฎานันท์ เปิดเผยว่า หลังจากการพูดคุยกับทางผอ.และผู้บริหารรพ.เลย ในวันนี้รู้สึกผิดหวังเพราะทางไม่มีแพทย์เจ้าของไข้มาร่วมด้วย ซึ่งตนและญาติอยากให้แพทย์คนนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือขอโทษต่อหน้าพวกตนหรือมาชี้แจงว่า มีความผิดพลาดอย่างไรบ้าง และการพูดคุยไม่มีอะไรคืบหน้าหรือมีท่าทีแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

ในการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ อยากให้คณะกรรมการมาสอบถามตนเองและญาติโดยตรงให้พวกตนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลการสอบสวนด้วยไม่ใช่สอบกันเองภายในเท่านั้นหากผลการสอบสวนออกมาแล้วไม่มีความเป็นธรรมตนและญาติก็จะอาจจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

นางใบชัชวาลย์ อายุ 70 ปี แม่ของนางหนูคิดผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเป็นคนเฝ้าดูแลลูกสาวตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงพยาบาลยืนยันว่าตนและลูกสาวไม่ได้เป็นคนบอกหมอว่าจะกลับบ้านเพราะอาการของลูกสาวยังไม่ดีขึ้นวันที่จะออกจากโรงพยาบาลหมอก็มาบอกว่า ให้กลับบ้านได้ไปรักษาตัวอยู่บ้านแค่เดือนเดียวก็หายดีแล้ว

 

 

ตนก็หันมาถามลูกว่าอยากกลับไหมลูกก็บอกว่ายังไม่อยากกลับเพราะยังเวียนหัวอยู่และอยากอยู่กินยาตามที่หมอให้ไว้จนหมดก่อนแต่หมอก็ยังยืนยันให้ออกจากโรงพยาบาล เมื่อมาถึงบ้านตนสงสารลูกมากเพราะไม่ได้กินข้าวกินน้ำมาหลายวัน ก็เอาน้ำหวานที่ทางโรงพยาบาลจัดมาให้ดื่ม ก็เกิดอาการสำลักแล้วก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเลย ตอนนี้ตนรู้เคว้งคว้างมีแค่ลูกสาวที่เป็นเสาหลักของบ้านทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่ ส่วนลูกเขยก็เสียชีวิตไปเมื่อปี43 บ้านนี้จึงมีแค่ตนสามีและลูกสาวหลังจากนี้ใครจะมาดูแลพาไปหาหมอไปวัดทำบุญ

 

รวมสิทธิส่งเสริมคุณภาพชีวิต เกาะติดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทันเรื่องราวกระแสสังคม

สัมผัสประสบการณ์ข่าวได้ที่ แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง