ดาวอังคารเคยชุ่มน้ำและมีสีน้ำเงินมากกว่าที่คิด นักวิทยาศาสตร์คำนวณระดับน้ำทะเลโบราณ

งานวิจัยใหม่ชี้ว่า ดาวอังคารซึ่งปัจจุบันแห้งแล้งและเต็มไปด้วยฝุ่น อาจเคยมีภูมิทัศน์สีน้ำเงินและอุดมด้วยน้ำมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยประเมินไว้ ทั้งทะเลสาบ แม่น้ำคดเคี้ยว และมหาสมุทรกว้างใหญ่ โดยล่าสุดนักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณระดับน้ำทะเล ในช่วงเวลาที่ดาวอังคารมีน้ำบนพื้นผิวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ จากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมหลายภารกิจ
ทีมวิจัยจากอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียม 3 ดวง และค้นพบหุบเขาใต้ทะเลโบราณชื่อ โคปราเตส ชาสมา (Coprates Chasma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณวัลเลส มาริเนริส (Valles Marineris) เครือข่ายหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ภาพถ่ายจากอวกาศเผยให้เห็นตะกอนรูปพัดจำนวนมาก ลักษณะคล้ายดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่พบได้ทั่วไปบนโลก เมื่อแม่น้ำไหลมาบรรจบแหล่งน้ำนิ่งอย่างทะเลหรือมหาสมุทร
ฟริตซ์ ชลูเนกเกอร์ (Fritz Schlunegger) นักธรณีสัณฐานวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบายว่า “โครงสร้างดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเกิดขึ้นบริเวณที่แม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทร ดังที่เราพบจากตัวอย่างมากมายบนโลก โครงสร้างที่ระบุได้จากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงชัดเจนว่าเป็นปากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทร” คำอธิบายนี้ช่วยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยมีแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่รองรับน้ำจากเครือข่ายแม่น้ำ
นักวิจัยระบุว่า โครงสร้างคล้ายดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำทั้งหมดถูกพบที่ระดับความสูงประมาณ 3,650–3,750 เมตร ต่ำกว่าระดับอ้างอิงพื้นผิวของดาวอังคาร ซึ่งหมายความว่าระดับน้ำในอดีตอยู่สูงกว่าจุดที่ลึกที่สุดของวัลเลส มาริเนริสราว 1,000 เมตร การคำนวณนี้ชี้ว่ามหาสมุทรโบราณบนดาวอังคารอาจมีขนาดใกล้เคียงกับ มหาสมุทรอาร์กติกของโลก และแผ่ปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่
อิก นาติอุส อาร์กาเดสเตีย (Ig Natius ArgaDestia) นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบิร์น ระบุว่า “เราค้นพบหลักฐานของมหาสมุทรที่ลึกที่สุดและใหญ่ที่สุดในอดีตบนดาวอังคาร ซึ่งทอดยาวไปทั่วซีกโลกเหนือของดาวเคราะห์ดวงนี้” คำกล่าวนี้สะท้อนความสำคัญของการค้นพบ เพราะไม่เพียงยืนยันการมีอยู่ของน้ำเท่านั้น แต่ยังบ่งชี้ถึงระบบมหาสมุทรระดับดาวเคราะห์
โดยจากการประเมินอายุของชั้นตะกอน ทีมวิจัยเชื่อว่าโครงสร้างเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเมื่อราว 3,000 ล้านปีก่อน ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ดาวอังคารมีน้ำบนพื้นผิวมากที่สุด หรือ ยุคที่เปียกชื้นที่สุดของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ช่วงเวลาดังกล่าวช้ากว่าการประมาณการก่อนหน้าว่าดาวอังคารมีมหาสมุทรอยู่หลายร้อยล้านปี ซึ่งอาจหมายความว่าน้ำบนดาวอังคารคงอยู่ยาวนานกว่าที่เคยคิด
แม้ปัจจุบันน้ำส่วนใหญ่จะระเหยหายไปสู่อวกาศหรือไหลลงสู่ชั้นใต้ดิน แต่หลักฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องชี้ว่า ดาวอังคารในอดีตอาจมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกปรากฏขึ้นค่อนข้างเร็วหลังการก่อตัวของดาวเคราะห์ นักวิทยาศาสตร์จึงไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ดาวอังคารอาจเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตยุคแรก ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง
ทีมวิจัยยังชี้ว่า แนวชายฝั่งและบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เพิ่งค้นพบ อาจเป็นเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงที่สุดสำหรับการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตนอกโลกโบราณในอนาคต เนื่องจากพื้นที่ลักษณะนี้บนโลกมักอุดมด้วยสารอาหารและเป็นแหล่งสะสมหลักฐานทางชีวภาพ
งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ npj Space Exploration เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 และคาดว่าจะช่วยกำหนดทิศทางการเลือกจุดลงจอดของภารกิจสำรวจดาวอังคารในอนาคต โดยเฉพาะภารกิจที่มุ่งค้นหาหลักฐานของชีวิตในอดีต พร้อมทั้งช่วยปรับความเข้าใจของมนุษยชาติเกี่ยวกับวิวัฒนาการด้านน้ำและภูมิอากาศของดาวเคราะห์สีแดงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
