รีเซต

เทียบนโยบายประกันสังคม–บำนาญ–หวยเกษียณ ชี้อนาคตคนชรา ก่อนเลือกตั้ง 2569

เทียบนโยบายประกันสังคม–บำนาญ–หวยเกษียณ ชี้อนาคตคนชรา ก่อนเลือกตั้ง 2569
TNN ช่อง16
12 มกราคม 2569 ( 14:53 )
8

เมื่อการเลือกตั้ง 2569 คือคำตอบของอนาคตคนชราไทย

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นจุดตัดสำคัญของสังคมไทย ไม่ใช่เพียงในมิติการเมือง แต่เป็นการตัดสินใจเชิงโครงสร้างว่า ประเทศจะดูแลประชาชนหลังวัยทำงานอย่างไร ในวันที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ และจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของรัฐ

นโยบายประกันสังคม บำนาญ และหวยเกษียณ จึงไม่ได้ถูกพูดถึงแยกส่วน หากแต่ถูกนำมาเชื่อมโยงกันในฐานะ “ระบบรายได้ยามชรา” ที่แต่ละพรรคการเมืองเลือกใช้ต่างวิธี ต่างจังหวะ และต่างความเชื่อทางนโยบาย

ผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น กับภาระที่ไม่อาจผลักให้ครอบครัวรับไว้ฝ่ายเดียว

เมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ระดับปัจเจก แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจภาพรวม หากผู้สูงอายุไม่มีรายได้มั่นคง ครอบครัวต้องรับภาระเพิ่ม กำลังซื้อหดตัว และรัฐต้องใช้งบฉุกเฉินมากขึ้นในระยะยาว

จากเหตุผลนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคจึงต้องเสนอคำตอบที่มากกว่า “เงินช่วยเหลือรายเดือน” แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่า ระบบที่เสนอจะพยุงประเทศได้จริงหรือไม่ ในอีก 10–30 ปีข้างหน้า

1) ประกันสังคม เสาหลักเดิมที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า “ยังไม่พอ”

ประกันสังคมเป็นเครื่องมือหลักสำหรับแรงงานในระบบ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ คนไทยจำนวนมากไม่เคยอยู่ในระบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบซึ่งเป็นฐานใหญ่ของประเทศ

พรรค พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน มองตรงกันว่า หากไม่ปฏิรูปหรือเชื่อมประกันสังคมเข้ากับระบบสวัสดิการอื่น ผู้สูงอายุจำนวนมากจะหลุดจากการคุ้มครอง ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เน้นการใช้กลไกการจ้างงานและแรงจูงใจทางภาษี เพื่อให้คนทำงานในระบบนานขึ้น ลดแรงกดดันต่อกองทุนในระยะยาว

ประเด็นนี้ทำให้ประกันสังคมถูกมองว่าเป็น “ฐาน” แต่ไม่ใช่ “คำตอบทั้งหมด” ของปัญหาคนชรา

2) บำนาญและเบี้ยยังชีพถ้วนหน้า ทางเลือกที่ไปถึงคนเร็ว แต่ต้องชัดเรื่องความยั่งยืน

การเพิ่มเบี้ยยังชีพหรือบำนาญถ้วนหน้า เป็นแนวทางที่หลายพรรคใช้เป็นแกนหลัก เพราะสามารถช่วยผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินออมได้ทันที

พรรค พรรคประชาชน เสนอการยกระดับเบี้ยยังชีพแบบถ้วนหน้า ควบคู่กับระบบดูแลระยะยาว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้ขั้นต่ำและการดูแลที่ต่อเนื่อง

พรรค พรรคประชาธิปัตย์ วางแนวคิดบำนาญถ้วนหน้า ผสมกับเครื่องมือทางการเงินและชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งตนเองได้มากขึ้น

ขณะที่ พรรคเพื่อไทย เลือกใช้นโยบายลดภาระหนี้และขยายบริการสุขภาพ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ขั้นต่ำ

จุดต่างสำคัญอยู่ที่คำอธิบายเรื่องงบประมาณ บางพรรคเน้นการจัดลำดับความสำคัญงบรัฐใหม่ บางพรรคใช้การกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฐานภาษีโตตามไปด้วย ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องพิจารณาว่าแนวทางใดสมเหตุสมผลในระยะยาว

3) หวยเกษียณ เครื่องมือใหม่ที่เปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้ให้ เป็นผู้สร้างวินัยออม

หวยเกษียณเป็นนโยบายที่เน้นอนาคตมากกว่าปัจจุบัน โดยพยายามดึงแรงงานนอกระบบให้เริ่มออมตั้งแต่วัยทำงาน ผ่านแรงจูงใจแบบสลาก แต่เงินไม่สูญหายและกลายเป็นเงินออมยามชรา

แนวคิดนี้ได้รับการพูดถึงจากหลายพรรคในฐานะ “ตัวเสริม” ของระบบหลัก ไม่ใช่ตัวแทนบำนาญ เพราะช่วยลดภาระรัฐในอนาคต แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของผู้สูงอายุที่เกษียณไปแล้วได้ทันที

ดังนั้น หวยเกษียณจึงเหมาะกับการวางระบบระยะยาว ขณะที่บำนาญและเบี้ยยังชีพยังจำเป็นสำหรับการดูแลระยะสั้นและกลาง

เมื่อนโยบายคนชราเผยตัวตนพรรคการเมือง

หากมองโดยรวม นโยบายผู้สูงอายุในการเลือกตั้ง 2569 แสดงให้เห็นทิศทางของแต่ละพรรคอย่างชัดเจน

  • พรรคประชาชน เน้นรัฐสวัสดิการและสิทธิขั้นพื้นฐาน
  • พรรคเพื่อไทย เน้นการลดภาระเฉพาะหน้าและเพิ่มรายได้ควบคู่สุขภาพ
  • พรรคภูมิใจไทย ใช้กลไกตลาด การจ้างงาน และภาคเอกชน
  • พรรคประชาธิปัตย์ เน้นการพึ่งตนเอง เครื่องมือการเงิน และชุมชน

ความต่างนี้ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้เลือกแค่ “จำนวนเงิน” แต่กำลังเลือก “วิธีคิดของรัฐ” ต่อชีวิตหลังวัยทำงาน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง