รีเซต

เฟ้นหาหุ้นเด่น รับช่วงหลังเลือกตั้ง

เฟ้นหาหุ้นเด่น รับช่วงหลังเลือกตั้ง
ทันหุ้น
7 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:30 )
6

#ทันหุ้น - นายพบชัย ภัทราวิชญ์, CISA นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ InnovestX เครือเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่าเข้าสู่โค้งสุดท้ายใกล้เลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ จะเร่งนําเสนอนโยบายเศรษฐกิจอย่างเข้มข้นขึ้น เรามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสําคัญของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีผลต่อ GDP แตกต่างกันขึ้นกับสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาล

โดยหากจัดตั้งได้เร็วใน 1-2 เดือนและผลักดันงบประมาณปี 2570 ผ่าน ครม. ได้ทันใน 2Q69 จะเอื้อต่อเศรษฐกิจมากที่สุด ทั้งนี้ เราได้วิเคราะห์นโยบายสําคัญของพรรคการเมืองหลักที่มีต่อเศรษฐกิจ (GDP) และตลาดหุ้นไทย พบว่า ทุกพรรคฯ เพิ่มสัดส่วนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเห็นได้ชัดจาก 2-3% ในปี 2566 เป็น 15-26% ในปี 2569 สะท้อนการเรียนรู้จากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น จีน, เกาหลีใต้และสิงคโปร์ ซึ่งบรรลุการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการดําเนินการแตกต่างกัน โดยนโยบายเงินโอนและลดค่าไฟคาดทําได้ใน 1-3 เดือน นโยบายพักหนี้และประกันรายได้คาดใช้เวลา 3-6 เดือน ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานต้องใช้เวลา 1-8 ปี ทําให้การบรรลุเป้า GDP ที่คาดไว้ขึ้นอยู่กับ policy mix และความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่อย่างมีนัยสําคัญ

เรามองว่า SET น่าจะเกิด Election Rally ต่อเนื่องจากในช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่ง SET ปรับขึ้นกว่า 5% ขณะที่ในช่วงหลังการเลือกตั้ง พบว่า SET มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงสุดเฉลี่ยราว 3.9% หลังผ่านวันเลือกตั้งไปแล้ว 1 เดือนด้วยความน่าจะเป็น 75% (ยกเว้นการเลือกตั้งล่าสุดในปี 2566 ซึ่ง SET ให้ผลตอบแทนติดลบหลังพ้นการเลือกตั้งไปแล้วกว่า 2 เดือน ซึ่งมองเกิดจากตลาดกังวลการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า)

อย่างไรก็ดีปี 2569 การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะใช้เพียงเสียงของสภาผู้แทนฯ 500 เสียงเท่านั้น จึงคาดจะทำให้ความเสี่ยงจัดตั้งรัฐบาลลดลง ขณะที่เมื่อพิจารณาการปรับขึ้นของ SET หลังการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่เกิดจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow ไหลเข้า) ยกเว้นในการเลือกตั้งครั้งปี 2566 ที่เป็นแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เราจึงมองเป็นโอกาสลงทุน โดยประเมินดัชนีเป้าหมาย SET ปี 2569 ที่บริเวณ 1,350-1400 จุด คิดเป็น PER 14-15 เท่า

กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไรในกรอบระยะเวลา 1 เดือน แนะนำ เก็งกำไรในหุ้นที่คาดหวังการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหลังทราบผลการเลือกตั้ง และเริ่มมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเน้นหุ้น Big Cap.ซึ่งคาดเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติที่จะกลับมาเพิ่มน้ำหนักตามความชัดเจนทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มพลังงาน (PTT GULF GPSC) กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนโยบายและโครงการของรัฐ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง