ครัวเรือนไทยกำลังเผชิญ“ฤดูร้อนทางการเงิน”

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านแอป KKP Better พบว่า ครัวเรือนไทยกำลังเผชิญกับภาวะ “ฤดูร้อนทางการเงิน” โดยจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง KKP พบว่าสภาพคล่องของคนไทยในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ถูกกดดันด้วยปัจจัย “พายุค่าใช้จ่าย” ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย
1) ภาระภาษีเงินได้ที่ขยับสูงขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ระบุว่าภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 พุ่งสูงถึง 432,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29 จาก 4 ปีก่อนหน้า และผู้มีรายได้ประจำต้องเตรียมเงินสดเฉลี่ย 5,000 – 10,000 บาทรับภาระภาษีในช่วงเวลานี้
2) วิกฤติค่าไฟหน้าร้อน โดยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ทำให้บิลค่าไฟในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม มักพุ่งสูงกว่าเดือนอื่นๆเฉลี่ยร้อยละ 10 – 30
3) ค่าใช้จ่ายเทศกาลและวัฒนธรรม แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ยอดใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ปี 2568 กลับพุ่งสูงถึง 106,000 ล้านบาท จาก 88,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงภาระค่าเดินทางและค่าเฉลิมฉลองที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ
4) ต้นทุนการศึกษา “ภาระที่ตัดไม่ได้” ถือเป็นปัจจัยที่หนักที่สุดสำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลาน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนและนานาชาติที่ต้องเตรียมงบประมาณตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทต่อปีสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่
ทั้งนี้ ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน KKP Better พบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ปกครอง โดยยอดสแกนจ่ายเพื่อการศึกษาผ่านแอปฯ ระหว่างปี 2563 – 2568 พุ่งสูงรวมถึง 88 ล้านบาท เฉพาะปี 2568 เพียงปีเดียวมียอดสูงถึง 46 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 25,000 บาทต่อคน
โดยยอดการใช้วงเงินพร้อมใช้เริ่มขยับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ซึ่งเร็วกว่ารอบการจ่ายค่าเทอมปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่าแรกเข้าและค่าเรียนพิเศษสอบเข้าโรงเรียนดัง สะท้อนว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญกับการรักษาโอกาสทางการศึกษาของบุตรหลานเป็นอันดับหนึ่ง แม้อยู่ในภาวะการเงินที่ตึงตัวที่สุดของปี
นายราเมษฐ์ ศศิรัชพรชัย หัวหน้าฝ่าย Product Owner สาย Digital and Innovation Management ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า ธนาคารเล็งเห็นความจำเป็นในการเข้าแทรกแซงเพื่อไม่ให้ครัวเรือนต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงเกินควร จึงได้นำร่องใช้โมเดล “Purpose-based Pricing” ผ่านสินเชื่อ KKP Better Loan แนวคิดนี้คือการออกแบบอัตราดอกเบี้ยตามวัตถุประสงค์การใช้จริง โดยธนาคารจะมอบส่วนลดดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเมื่อลูกค้าใช้จ่ายในหมวดที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิต
โดยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 7.99 ต่อปี สำหรับการสแกนจ่ายในหมวดการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล และประกัน และอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 10.49 ต่อปี สำหรับการสแกนจ่ายในหมวดสาธารณูปโภค สุขภาพและความงาม น้ำมันและยางรถยนต์ รวมถึงของใช้ภายในบ้าน เป็นต้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
