TUอัพราคาขายในสหรัฐ สู้ภาษีทรัมป์-ลุ้นบาทอ่อน

#TU#ทันหุ้น - TU คาดปี 2569 รายได้ทะยานต่อเนื่องจากปี 2568 อานิสงส์ดีมานด์สดใส-เงินบาทอ่อนค่าหนุน พร้อมขยับราคาขายสินค้าในสหรัฐอเมริการับมือภาษีทรัมป์ เดินหน้าใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน-ลดต้นทุน เตรียมชงบอร์ดเคาะแผนลงทุนปีนี้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้
นางสาวภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า เบื้องต้นในปี 2569 คาดแนวโน้มรายได้น่าจะเติบโตมากขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2568 เนื่องมองภาพรวมค่าเงินบาทในปีนี้จะอ่อนค่าลงจากปี 2568 โดยคาดอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยทั้งปีไว้ประมาณ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
*เพิ่มราคาขายในสหรัฐ
ขณะเดียวกันบริษัทได้มีการปรับเพิ่มราคาขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป (Ambient Seafood) ที่จำหน่ายให้ประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติม ในอัตราเป็นตัวเลขหลักเดียว เพื่อสะท้อนต้นทุนบางส่วนที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกา (Tariff) ที่ไทยถูกจัดเก็บในอัตราราว 19% โดยราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงมกราคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับแผนการลงทุนในปี 2569 เบื้องต้นมองมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นจากปี 2568 (เดิมปี 2568 ตั้งงบลงทุนไว้ราว 3.5 พันล้านบาท) เนื่องจากจะมีการลงทุนในส่วนของดิจิทัลเพิ่มเติม นอกเหนือ จากโครงการลงทุนในกลุ่มธุรกิจต่างๆ อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารทะเลแปรรูป ฯลฯ
*รุกใช้ AI
ทั้งนี้บริษัทมีแนวทางการพัฒนาสูตรในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงด้วยระบบ AI ของ i-Tail โครงการ i-Tail ที่ช่วยเร่งการตอบสนองของลูกค้า โดยใช้ AI ในการสร้าง สูตรคำนวณต้นทุน และแสดงภาพ ผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันยังจะมีการใช้ AI เข้าช่วยลดต้นทุนโดยลดความจำเป็นในการใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการ แต่จะหันมาใช้ AI ในการจัดการข้อสงสัยทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล และ ดำเนินการประมวลผลคำขอโดยอัตโนมัติ หวังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกทางหนึ่ง
พร้อมกันนี้จะพัฒนาการเรียนรู้ของเครื่องจักร AI สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลาในห่วงโซ่อุปทาน โดยโครงการนี้ประยุกต์ใช้ AI/ML เพื่อวิเคราะห์ ปัจจัยที่มีผลต่อราคาวัตถุดิบ เช่น สภาพอากาศ ราคาน้ำมัน ต้นทุนโลจิสติกส์ความต้องการของตลาด และข้อมูลในอดีต เพื่อแนะนำแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด
*เพิ่มประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทมีโครงการริเริ่มที่แข็งแกร่งมากมาย และเมื่อเราก้าวไปสู่ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าที่จะรักษาระดับความก้าวหน้านี้ไว้ด้วย โครงการ Jucus un Active Salve Dileen อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2569 สะท้อนถึงผลลัพธ์ในด้านการประหยัดต้นทุน โดยตรง การเพิ่มรายได้ การหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย และการปรับปรุงธุรกิจในวงกว้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับการดำเนินการตามโครงการริเริ่มเหล่านี้ให้ประสบความสำเร็จ
“โดยในแง่ของตัวเลขที่ชัดเจนของงบลงทุนปี 2569 คงจะมีการนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และคงได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569”
ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TU ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 14.20 บาท เพราะประมาณการกำไรสุทธิ 2569 จะกลับมาเติบโตสูงถึง 18% จากปี 2568 มาอยู่ที่ประมาณ 5.38 พันล้าน ผลจากค่าใช้จ่ายโครงการ Sonar จะจบในปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์จึงคาดว่าค่าใช้จ่ายต่อยอดขาย จะค่อยๆ ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้น ( GPM) ดีขึ้น ประกอบกับมองว่าประเด็น US Tariff มีความคลี่คลาย รวมถึงผลกระทบจาก GMT ต่ำกว่าคาดด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
