‘เอกนิติ’ลั่นจำเป็นต้องกู้เงิน รับมือวิกฤติคงเพดานหนี้70%

#คลัง #พ.ร.ก. #ทันหุ้น - “เอกนิติ” เผย รัฐบาล เล็งออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมกระสุนเยียวยาเศรษฐกิจ ลั่น “ไม่กู้เสี่ยงจีดีพีทรุด” พร้อมคงวินัยการคลังภายใต้เพดานหนี้ 70% ส่วนยอดโอนงบ 2569 คาดอยู่ที่ไม่เกิน 1 แสนล้านบาท ยันคนละครึ่งเริ่มใช้ภายในมิถุนายนนี้
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเตรียมวงเงินกู้ผ่านการออกพ.ร.ก.ไว้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อเป็นกระสุนในการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจ แต่จะยังคงรักษาวินัยทางการคลังให้ไม่เกินกรอบ 8 แสนล้านบาท โดยถ้าไม่กู้จะอันตรายต่อเศรษฐกิจมากกว่า
@คงเพดานหนี้ 70%
สำหรับช่วงเวลาที่จะออกพ.ร.ก.เงินกู้นั้น ดร.เอกนิติ กล่าวว่า น่าจะเป็นช่วงรอยต่อระหว่าง ปีงบประมาณ 2569 และงบประมาณปี 2570 ที่อยู่ในระหว่างการจัดทำ หรือในช่วงเมษายนถึงกันยายนนี้
ทั้งนี้พื้นที่ทางการคลังและกรอบการกู้เงิน ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะของประเทศไทยตั้งไว้ที่ 70% ของจีดีพี โดยยอดหนี้ปัจจุบัน (รวมส่วนกลาง รัฐวิสาหกิจ และกองทุนฟื้นฟู) อยู่ที่ประมาณ 66% หากพิจารณาจากตัวเลขนี้ รัฐบาลยังมีช่องว่าง (Room) ในการกู้เงินได้อีกประมาณ 4% ของจีดีพี หรือคิดเป็นเม็ดเงินเกือบ 8 แสนล้านบาท
สำหรับความแตกต่างของการกู้เงินในครั้งนี้ คือการใช้จ่ายอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Spending) โดยเน้นไปที่ 2 แนวทางหลัก คือ 1.การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง SMEs และมนุษย์เงินเดือนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติค่าครองชีพ และ 2.นำเงินไปใช้ในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ เช่น การส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อให้เกิดการพัฒนาในระยะยาว
@ไม่กู้อันตรายกว่า
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า การกู้เงินในครั้งนี้จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบจากวิกฤติพลังงานและสงครามที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าจะมีความยืดเยื้อแค่ไหน หากจบเร็วก็ไม่ต้องกู้เงิน ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจไทยที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า "หากไม่กู้เงินอาจจะอันตรายกว่า
“เนื่องจากหากเศรษฐกิจไม่ได้รับการกระตุ้น จีดีพีอาจหดตัวลง ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีพุ่งสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ การกู้เงินเพื่อสร้างรายได้ให้จีดีพีขยายตัวจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในเชิงบริหารจัดการ”
ในด้านความพร้อมของตลาดในการกู้เงินด้วยว่า ตลาดทุนของไทยมีความแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาท ทำให้สามารถออกพันธบัตรรัฐบาลได้โดยไม่มีปัญหา โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 3% นอกจากนี้ ยังมีแผนจะออก "พันธบัตร Plus" เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยร่วมระดมทุนและมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
@ยันคนละครึ่งใช้มิ.ย.
สำหรับ โครงการคนละครึ่ง มีการวางแผนจะเริ่มให้ลงทะเบียนในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะเริ่มใช้เงินได้ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน โดยกำลังพิจารณารูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนจากการแจกเงินระยะสั้นเป็นการดูแลที่ต่อเนื่องตามความรุนแรงของวิกฤติ
การประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเพื่อหารือกรอบงบประมาณปี 2570 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้จะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยประเมินจีดีพีปีนี้ไว้ที่ 1.4% เงินเฟ้อ 2.9% ส่วนจีดีพีปีหน้าอยู่ที่ใกล้ 2% เงินเฟ้อ 1.5% ทั้งนี้ ในส่วนของการประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2570 ยังอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ระดับการขาดดุลไม่เกิน 3% ต่อจีดีพี โดยที่รัฐบาลไม่มีแผนจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณนั้น คาดว่าจะอยู่ในวงเงินประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งประเมินจากยอดเงินที่เบิกจ่ายไม่ทันภายในเดือนเมษายนนี้ โดยเม็ดเงินก้อนนี้ จะนำมาใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่ง เป็นต้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
