รีเซต

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี จัดแฟชั่นโชว์ “ฮันบก” จากซีรีส์เกาหลี

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี จัดแฟชั่นโชว์ “ฮันบก” จากซีรีส์เกาหลี
มติชน
15 กุมภาพันธ์ 2565 ( 15:05 )
56
ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี จัดแฟชั่นโชว์ “ฮันบก” จากซีรีส์เกาหลี

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ประจำประเทศไทยและสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมเกาหลีในต่างประเทศ (KOCIS) เป็นเจ้าภาพในการจัดงานแสดงแฟชั่นโชว์ที่ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 14:00 -15.00 น. โดยฯพณฯนายมุน ซึง-ฮยอน เอกอัครราชทูตเกาหลี และมีนายแบบและนางแบบ อาทิ ฯพณฯนายมุน ซึง-ฮยอน เอกอัครราชทูตเกาหลี, โค้ชชเว ยองซอก, เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก, ดีเจบุ๊คโกะ ทูตกิตติมศักดิ์การท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย และชนันภรณ์ รสจันทน์ (กัปตันน้อด) มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2548 และยังเป็นลูกหลานทหารผ่านศึกเกาหลี ปัจจุบันเป็นนักบินสายการบินไทย แอร์เอเชีย ยังมีเจ้าหน้าที่ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทยที่จะร่วมด้วย ในงานแสดงนี้ทุกท่านจะได้เห็นฮันบกหลากหลายรูปแบบ เช่น เสื้อคลุมของราชวงศ์ (กอรยองโพ) เครื่องแบบข้าราชการ (ควานบก) และชุดขุนนาง (โดโพ)

 

 

กิจกรรมแรกเริ่มด้วยงานแสดงแฟชั่นโชว์ และการแสดงดนตรีพื้นบ้านเกาหลีโดย คิม ฮยอน-จี อาจารย์สอนคายากึมจากศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และลี จี-ซอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮันยาง จัดการแสดง “กีวอนมู (Giwonmoo)” ซึ่งเป็นระบำพื้นบ้านเกาหลี เพื่อเป็นการอวยพรให้เกิดความสันติสุขและโชคดี กิจกรรมที่ 2 เป็นการเดินแฟชั่นโชว์ชุดฮันบก นำโดย ฯพณฯนายมุน ซึง-ฮยอน เอกอัครราชทูตเกาหลี ทูตกิตติมศักดิ์ด้านวัฒนธรรมเกาหลี และพนักงานศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี กิจกรรมสุดท้ายคือ พิธีมอบตำแหน่ง “ทูตกิตติมศักดิ์ด้านวัฒนธรรมเกาหลี” ให้แก่นายแบบและนางแบบกิติมศักดิ์ทั้ง 4 ท่านคือ นายชเว ยอง ซอก โค้ชเทควันโดทีมชาติ, นางสาวพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทนนิส) นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก, ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ทูตกิตติมศักดิ์การท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย และพิธีกรและนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง, และนางสาวชนันภรณ์ รสจันทน์ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2548, นักบินสายการบินไทย แอร์เอเชีย, ลูกหลานทหารผ่านศึกเกาหลี

 

 

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพิธีเปิดนิทรรศการ “ย้อนเวลาหาราชัน ตามซีรีส์เกาหลี (Hanbok in K-Series)” ซึ่งเป็นนิทรรศการใหม่ของศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี จัดแสดงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 29 เมษายน 2565 สืบเนื่องจากความนิยมอย่างล้นหลามของซีรีส์เกาหลีในประเทศไทย ทำให้นิทรรศการนี้เกิดขึ้น ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสัมผัสชุดฮันบกและการแสดงแบบดั้งเดิมได้เหมือนกับตัวละครจากซีรีส์เกาหลี

 

ชุดฮันบกเป็นชุดประจำชาติเกาหลี ที่มีรูปแบบและลายเส้นที่สวยงามอ่อนช้อย สร้างลักษณะเสื้อผ้าที่ดูงามสง่าสมกับเป็นชุดประจำชาติเกาหลีหรือที่เรียกกันว่าฮันบก มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี มีการพัฒนามาแล้วหลายแบบ ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต สถานะสังคมและรสนิยมในแต่ละยุคสมัย ประเทศเกาหลีมีวัฒนธรรมอันยาวนานเกี่ยวพันถึงสีสันอันสดใสและการออกแบบซึ่งบ่งบอกได้ถึงยุคสมัยและสถานะทางสังคมของผู้สวมใส่

 

 

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลียังจัดโซนถ่ายรูป โดยใช้ฉากหลังจากซีรีส์เกาหลียอดนิยม “ราชันผู้งดงาม” และ “นางในหัวใจแกร่ง” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากช่อง KBS MBC และ Netflix จากสถิติยอดสตรีมมิ่งเว็บไซต์ FlixPatrol พบว่า “ราชันผู้งดงาม” มีสถิติการรับชมสูงสุดในประเทศไทยในหมู่ผู้ใช้ Netflix ทั่วโลก และ“นางในหัวใจแกร่ง” ยังติดอันดับสูงในสถิติการรับชมของ Viu Thailand อีกด้วย

 

นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การสวมใส่ชุดฮันบกตามซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุค อาทิ เสื้อคลุมของราชวงศ์ (กอรยองโพ) เสื้อท่อนบน (ดังอึย) เป็นเสื้อสำหรับสตรี เครื่องแบบข้าราชการ (ควานบก) และชุดขุนนาง (โดโพ) มีการละเล่นพื้นบ้าน เช่น ทูโฮและเชกีชากี ซึ่งเห็นได้บ่อยจากรายการทีวีเกาหลี

 

นอกจากนี้บริเวณชั้น 2 ของศูนย์วัฒนธรรมเกาหลียังจัดแสดงนิทรรศการฮันบก “ชีวิตของเรา (URI Life)” ซึ่งดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรส่งเสริมหัตถกรรมเกาหลี (KCDF) จัดแสดงมาตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 เป็นนิทรรศการมัลติมีเดีย ผู้เข้าชมสามารถชื่นชมชุดประจำชาติเกาหลี สวมใส่โดยนักแสดงนำจากซีรีส์เกาหลี ที่ทำให้เกิดกระแสเกาหลี เช่นเรื่อง “รักเราพระจันทร์เป็นใจ” และ “ บัณฑิตหน้าใสหัวใจว้าวุ่น” ผู้เข้าชมยังได้พบกับชุดประจำชาติเกาหลีอันสง่างาม ได้เห็นชุด ชุดขุนนาง (โดโพ) ของจริง เสื้อคลุมที่บัณฑิตเกาหลีสมัยโชซอนสวมใส่ ซึ่งมี 2 ประเภทคือ โอ๊กซา เสื้อคลุมฤดูร้อน และแซงโช สำหรับฤดูหนาว

ท้ายนี้ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีมีแผนงานที่จะมอบประสบการณ์พิธีแต่งงานแบบโบราณของเกาหลี หรือพิธีโทลจาบี (พิธีฉลองครบรอบ 1 ขวบของเด็กเกาหลี) ให้กับคู่รักหรือครอบครัวชาวไทยหรือชาวต่างชาติอีกด้วย หากท่านใดอยากสัมผัสประสบการณ์พิธีเกาหลีแบบดั้งเดิม สามารถส่งเรื่องราวของท่านพร้อมระบุเหตุผล มาทางอีเมลศูนย์วัฒนธรรม kccthailand@gmail.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง