รีเซต

ITC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 871 ล้านบาท โต 28.7%

ITC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 871 ล้านบาท โต 28.7%
ทันหุ้น
29 เมษายน 2569 ( 13:08 )

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #ITC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 871 ล้านบาท โต 28.7%

บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไตรมาสแรกของปี 2569 ดำเนินไปท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความผันผวนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายเติบโตอย่างโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและเมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตในระดับสูงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของรูปแบบธุรกิจ ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทได้เป็นอย่างดี

ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 163 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.2% จากไตรมาสก่อน และ 28.6% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ในรูปเงินบาทอยู่ที่ 5,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากไตรมาสก่อน และ 21.8% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าหลักในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป

อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.3% ลดลง 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียม ปริมาณการผลิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการบริหารต้นทุนที่ช่วยรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร ขณะที่การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนช่วยลดความผันผวนของอัตรากำไรในภาพรวม

กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากไตรมาสก่อน และ 36.0% จากปีก่อน ตามการเติบโตของยอดขายและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านกำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากไตรมาสก่อน และ 24.9% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิปรับปรุงที่ 19.2% ขณะที่กำไรสุทธิรายงานอยู่ที่ 871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อน และ 28.7% จากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.8%

ในภาพรวมอุตสาหกรรม แม้อัตราเงินเฟ้อยังคงกดดันกำลังซื้อ และการเติบโตของจำนวนสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเริ่มชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 3.5% ในช่วงปี 2569–2573 และในปี 2569 ตลาดมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 3.2% สู่มูลค่าราว 154 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายบริหารระบุว่ายังไม่พบผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากตะวันออกกลางในระดับจำกัด และใช้รูปแบบการขายแบบ FOB ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการขนส่งที่ยาวขึ้นในบางเส้นทางอาจกระทบต่อแผนการผลิต ซึ่งบริษัทได้ร่วมมือกับลูกค้าในการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

ด้านต้นทุน วัตถุดิบหลักอย่างพลาสติกและปลาทูน่ายังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อต้นทุนบรรจุภัณฑ์และการผลิต บริษัทจึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารเชิงพาณิชย์ และการทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ต้นทุนสาธารณูปโภคยังอยู่ในระดับจำกัดที่ประมาณ 2.1% ของยอดขาย และได้รับการบรรเทาผ่านโครงการประหยัดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปีไว้ที่ 9–12% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ในช่วง 23–25% สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม การสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงในระดับโลก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง