TOG มีแผนรับมือภาษีสหรัฐ รับอัตรา 15% ได้เปรียบคู่แข่ง

#TOG #ทันหุ้น - TOG เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ภาษีสหรัฐ ชี้การลดภาษีเหลือ 15% ได้เปรียบคู่แข่ง แต่เชื่อเกมภาษีไม่จบ เดินหน้าเจรจาคู่ค้าร่วมมือรับผิดชอบภาษี ชี้ตลาดอเมริกายังน่าสนใจ คงเป้าปีนี้โต 8% รุกเพิ่มตะวันออกกลาง มุ่งหน้าผู้นำด้านนวัตกรรมเลนส์สายตาระดับสากล
นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทกำลังติดตามความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนําเข้าของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศคู่ค้า แม้ศาลสูงสุดสหรัฐจะวินิจฉัยว่า ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขต ต้องมีการเปลี่ยนมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมาย Trade Act 1974 เก็บภาษีนำเข้า 10% ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 15% เท่ากันทุกประเทศทั่วโลก เป็นเวลา 150 วัน
ทั้งนี้เชื่อว่าการจัดเก็บภาษีเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายรัฐบาลสหรัฐ จะมีการเก็บภาษีอย่างแน่นอน ซึ่งความเสี่ยงนี้ต้องกลายเป็นเกณฑ์พื้นฐานร่วมเพื่อการวางแผนธุรกิจ และยังต้องตระหนักถึงความผันผวนอัตราภาษีเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เช่น กรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทรัมป์ปรับภาษีเพิ่มจาก 10% เป็น 15% ได้ทันที
และนอกเหนือจากภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) สหรัฐ อาจสรรหามาตราหรือกระบวนการอื่นๆ มาใช้เป็นเครื่องมือทางการค้ากับคู่ค้าในแต่ละประเทศได้ตลอดเวลา
ดังนั้นในเชิงการบริหารภาคธุรกิจที่ยังต้องการขยายตลาดในสหรัฐ จำเป็นต้องเข้าใจความเสี่ยงรวมถึง และหาแนวทางเจรจาตกลงกับคู่ค้าให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือแบ่งเบาภาระภาษีที่เกิดขึ้นอย่างไร
ทว่าในมุมเชิงบวกตอนนี้อัตราของไทยยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง ก็ยังถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันได้ ต่างจากจีนที่เผชิญกับภาษีโดยรวมสูงมากกว่า 15% เนื่องจากมีมาตรการอื่นพ่วงเข้ามาด้วย
@ตลาดอเมริกายังดี
นายธรณ์ ยอมรับว่า ตลาดโซนอเมริกาก็ยังมีความน่าสนใจอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดยุโรป โดยล่าสุดราวต้นเดือนกุมภาพันธ์บริษัทได้ไปจัดแสดงสินค้าที่ประเทศอิตาลี หวังจะเพิ่มโอกาสยอดขายฝั่งยุโรป แต่ปรากฏสถานการณ์กำลังซื้อในยุโรปยังไม่ได้ดีขึ้น ต่างจากโซนอเมริกาเหนือมีความกระตือรือร้นในการทำธุรกิจสูงกว่า
นายธรณ์ ยังเปิดเผยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า บริษัทมีแผนกระจายการส่งออกสินค้าไปประเทศอื่นๆ มากขึ้น มุ่งเน้นตลาดตะวันออกกลางเป็นหลัก เพราะมองเป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโต โดยบริษัทเริ่มเข้าไปเจาะตลาดในดูไบและซาอุดีอาระเบียแล้ว ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีระบบ Supply Chain ของตัวเอง เป็นการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายและขายไปยังร้านค้าปลีก
@มุ่งขยายรายได้โต
และยังคงย้ำเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเลนส์สายตาระดับสากล พร้อมกับประเมินรายได้รวมปี 2569 เติบโตได้ระดับ 8% จากปี 2568 ที่ทำได้ 3,592.09 ล้านบาท บริษัทจะเดินหน้าในการลดต้นทุน รวมถึงบริหารจัดการค่าเงินที่ดีมากยิ่งขึ้นเพื่อทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่ดี หลังจากที่ปีก่อนได้รับผลกระทบการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
ส่วนแผนการขยายโรงงานในต่างประเทศนั้น บริษัทจะชะลอออกไปก่อน โดยการที่บริษัทได้มีการขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิต RX Automation เฟส 2 จาก 5,000 เลนส์ต่อวัน ทำให้มีกำลังการผลิตรวมเป็น 20,000 เลนส์ต่อวัน จึงยังสามารถรองรับความต้องการซื้อของลูกค้าได้ประมาณ 3 ปี ทำให้บริษัทยังไม่รีบในการตัดสินใจสร้างโรงงานใหม่ในต่างประเทศหรือการลงทุนใหม่ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
