เที่ยวไทย Co-pay อัปเกรดสิทธิ ทิสโก้ชี้ ERW-CENTEL รับเต็ม

#ทันหุ้น - บล.ทิสโก้ สแกนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว มองบวกมาตรการกระตุ้นแบบ Co-pay หลังรัฐเพิ่มจำนวนสิทธิเป็น 1 ล้านคืน และเพิ่ม e-Coupon เป็น 1,000 บาท/คืน คาดหนุนรายได้หุ้นโรงแรมราว 1-2% ชู ERW-CENTEL รับอานิสงส์เด่น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.20 บาท และ 45 บาท ตามลำดับ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ เปิดเผยรายละเอียดและความคืบหน้าล่าสุดของโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ Co-pay โดยมีการปรับปรุงทั้งการจัดสรรงบประมาณและกรอบการใช้สิทธิ ประเด็นสำคัญที่ได้รับการปรับเพิ่ม ได้แก่ 1) เพิ่มจำนวนคืนที่มีสิทธิ์เป็น 1.0 ล้านคืน (จาก 0.5 ล้านคืน) 2) เพิ่มมูลค่า e-coupon เป็น 1,000 บาท/คืน (จาก 500 บาท/คืน) และ 3) สามารถใช้สิทธิได้โดยไม่มีข้อจำกัดกับสถานประกอบการที่เข้าร่วมทั้งหมด สำหรับความคืบหน้าของโครงการ รัฐมนตรีฯ อยู่ระหว่างสรุปหลักเกณฑ์และเงื่อนไขก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนกันยายน โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดลงทะเบียนในเดือนตุลาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิได้ใน Q4/69 โครงการดังกล่าวตอกย้ำคำแนะนำ “ซื้อ” ของเราต่อผู้ประกอบการโรงแรมในประเทศ โดยเฉพาะ ERW และ CENTEL ขณะที่ให้ประโยชน์โดยตรงต่อกลุ่มขนส่งทางอากาศในระดับจำกัด
**โรงแรม - สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับหุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ
ในอดีต โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ Co-pay “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ของไทยในปี 2568 สร้างรายได้ส่วนเพิ่มคิดเป็นประมาณ 0.6% ของรายได้ของโรงแรมที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ หรือประมาณ 10-25 ล้านบาทตลอดระยะเวลาโครงการ อย่างไรก็ตาม จากการเพิ่มจำนวนคืนที่มีสิทธิ์ มูลค่า e-coupon ที่สูงขึ้น และความสะดวกในการใช้สิทธิที่ดีขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะสร้างผลบวกต่อรายได้ประมาณ 1-2% สำหรับหุ้นในกลุ่มที่วิเคราะห์ นอกจากนี้ ควบคู่ไปกับอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับตัวดีขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดว่าโรงแรมจะสามารถปรับเพิ่ม ADR ได้ตามปัจจัยพื้นฐานใน Q4/69 โดยเชื่อว่าโรงแรมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเดินทางได้สะดวกสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการกระตุ้นดังกล่าว
การขนส่งทางอากาศ - ลุ้นกลับมาอุดหนุนค่าโดยสารเครื่องบิน
ก่อนการอัปเดตล่าสุด รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนกรกฎาคมภายใต้ชื่อ “Fly Thai All the Feeling” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศควบคู่กับโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลจะอุดหนุนที่นั่งจำนวน 400,000 ที่นั่ง ในอัตรา 400 บาทสำหรับจังหวัดท่องเที่ยวหลัก และ 600 บาทสำหรับจังหวัดท่องเที่ยวรอง จำนวนที่นั่งที่ได้รับการอุดหนุนดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 1% ของปริมาณผู้โดยสารภายในประเทศต่อปีของ AOT ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าสายการบินจะได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อย เนื่องจากส่วนลดค่าโดยสารยังอยู่ในระดับจำกัดที่ประมาณ 10-20% เทียบกับส่วนลดโรงแรมที่ประมาณ 40% โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ERW และ CENTEL โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 4.20 บาท และ 45.00 บาท ตามลำดับ เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนการดำเนินงานในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงในระดับสูง โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 40% ของพอร์ตห้องพักของทั้งสองบริษัท
AWC เป็นอีกหนึ่งผู้ได้รับประโยชน์หลักจากมาตรการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งไปมากแล้ว สำหรับสายการบิน AAV คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวเช่นกัน แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานและค่าโดยสารที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจจำกัดการเติบโตของอุปสงค์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลือกจุดหมายปลายทางในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าจุดหมายปลายทางที่จำเป็นต้องเดินทางโดยเครื่องบิน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
