MGT หุ้นโตดีมีปันผล ปักเป้ารายได้ 1.4 พันล.

#MGT #ทันหุ้น - MGT ปักธงรายได้ปี 2569 แตะ 1.4 พันล้านบาท มั่นใจ Q3 โตเด่น รับแรงส่ง Personal Care จ่อพุ่ง 30% พร้อมคว้าโอกาสทองฐานผลิตแห่เข้าไทย ฟากบอสใหญ่ “วิทยา อินาลา” เปิดเกม JUMP+ ดัน Digital Transformation อัพเกรดสู่ AI เต็มสูบ ใจดีแจกปันผล 0.03 บาทต่อหุ้น จ่าย 3 กันยายนนี้
ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท ทั้งนี้การเติบโตหลักมาจากช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจที่จะมีการขยายตัวอย่างโดดเด่น แม้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศอาจมีความเปราะบาง แต่บริษัทยังรักษาระดับการเติบโตได้จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษที่ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม และได้ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่เป็นผู้นำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงการขยายตลาดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
@เร่งเครื่องธุรกิจ
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่จะขับเคลื่อนช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มาจากกลุ่มอุตสาหกรรม Personal Care คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 30% ในปีนี้ รวมถึงโอกาสการเติบโตจากกลุ่ม Semiconductor และ Printed Circuit Board (PCB) หรือแผงวงจรพิมพ์ ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ทำให้มีการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น ซึ่ง MGT ได้เตรียมความพร้อมโดยส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าดูแลและนำเสนอผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการในส่วนนี้แล้ว
ขณะที่ด้านการบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนขนส่งและราคาน้ำมัน บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยการหาแหล่งซัพพลายเออร์ใหม่จากฝั่งแปซิฟิก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน แทนการพึ่งพาเส้นทางทะเลแดงและอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมีต้นทุนที่เหมาะสม
สำหรับแผนการดำเนินงานระยะยาวภายใต้ยุทธศาสตร์ Jump+ บริษัทมุ่งเน้นใน 3 เสาหลัก คือ แผนธุรกิจ (Business Plan), แผนการกำกับดูแล (Governance Plan) และแผนปฏิบัติการด้านภูมิอากาศ (Climate Action Plan)
สำหรับไฮไลต์สำคัญคือการทำ Digital Transformation โดยบริษัทกำลังยกระดับจากการใช้ระบบ RPA และ BI มาเป็นการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้อย่างเต็มตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของงานขาย การวิเคราะห์ข้อมูล actionable data และการบริการลูกค้าผ่านระบบ CRM ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ในเชิงตัวเลขที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในปี 2570
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ล่าสุดได้รับใบรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ครอบคลุม Scope 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว และกำลังขยายผลสู่ Scope 3 ในอนาคต
@ใจดีปันผลผถห.
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.68% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 45 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 55.17% ส่งผลให้ผลงานงวดครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิรวม 82.93 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 3 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ไว้วางใจในศักยภาพการเติบโตของบริษัท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
