AAI ส่งออกครึ่งหลังฟื้นต่อ หวังบาทอ่อนหนุนมาร์จิ้น

AAI #ทันหุ้น - AAI มองครึ่งปีหลังคำสั่งซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงฟื้นต่อ รับไฮซีซัน-ตลาดอเมริกาเหนือหนุน พร้อมหวังอานิสงส์เงินบาทอ่อน เหตุรายได้ส่งออกกว่า 90% รับเป็นดอลลาร์ แต่ต้นทุนหลักเป็นเงินบาท หนุนมาร์จิ้นดีขึ้น ย้ำเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 7,600 ล้านบาท โต 8.1% พร้อมเปิดคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ในไตรมาส 3/2569
นางสาวเกติอุมา เอกัตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI เปิดเผยว่า ภาพรวมของทิศทางธุรกิจส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสำเร็จรูปแปรรูปยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกหลายประการที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดและความไม่สงบในตะวันออกกลาง ต้นทุนโลจิสติกส์ ราคาวัตถุดิบปลาทูน่า มาตรการทางการค้า พฤติกรรมลูกค้า และทิศทางค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
@ภาพครึ่งหลัง
อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินครึ่งหลังปี 2569 ยังพบสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องสืบมาตั้้งแต่ไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมา โดยในแนวโน้มใหญ่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงได้รับปัจจัยบวกหลักจากกระแสความนิยมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวหรือ Pet Humanization ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มพรีเมียมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและตอบสนองต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
ขณะที่ปัจจัยบวกในระยะสั้นคือการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อของคู่ค้าหลักจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาในไตรมาสที่ 2/2569 ซึ่งเป็นผลมาจากความชัดเจนในเรื่องอัตราภาษีนำเข้าและการบริหารจัดการแผนงานของลูกค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปสำหรับมนุษย์ยอมรับว่า คำสั่งซื้อจากกลุ่มคู่ค้ามีความผันผวน
ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ของ AAI มาจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเป็น 88% ของรายได้จากการขายรวมเท่ากับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนอาหารแปรรูปสำหรับมนุษย์มีสัดส่วนรายได้ 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 11% และธุรกิจผลพลอยได้คิดเป็น 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 1%
"เห็นสัญญาณการกลับเข้ามาฟื้นตัวของปริมาณคำสั่งซื้อและยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าของคู่ค้าเดิมจากทวีปอเมริกาเหนือ ประกอบกับช่วงครึ่งปีหลังถือเป็นฤดูกาลจำหน่ายสินค้าที่สำคัญของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักมักจะมีความต้องการสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับการบริโภคในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี" นางสาวเกติอุมา กล่าว
@เป้าเติบโต
สำหรับปี 2569 ยังคงตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายรวมทั้งปีไว้ที่จำนวน 7,600 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 8.1% โดย 6 เดือนแรกมีรายได้รวมรายงานเท่ากับ 3,237.26 ล้านบาท ซึ่งยอดขายในปีแรกเมื่อรวมรายการระหว่างกันยังถือว่าสอดคล้องตามแผนการดำเนินงานประจำปี อีกทั้งยังมีสัญญานเชิงบวกจากการกลับมาของยอดขายกลุ่มรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (OEM) และปัจจัยหนุนทางอ้อมจากสภาวะอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง
จำแนกเป้าหมายรายได้ตามกลุ่มธุรกิจหลักเป็นดังนี้้ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงตั้งไว้ที่ 6,800 ล้านบาท เติบโต 8.4% รายได้จากกลุ่มอาหารแปรรูปสำหรับมนุษย์จำนวน 800 ล้านบาท เติบโต 5.9% พร้อมกับมุ่งสร้างอัตรากำไรขั้นต้นรวมประจำปีให้อยู่ในช่วง 13-16% ซึ่งผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกทำได้ 13.6% และเนื่องจากสัดส่วนโครงสร้างการจำหน่ายสินค้าของบริษัทเป็นการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศมากกว่า 90% ของรายได้ทั้งหมด
@หวังบาทอ่อน
โดยกลุ่มตลาดหลักที่สำคัญคือประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา บริษัทจึงได้รับการชำระเงินค่าสินค้าและบริการส่วนใหญ่กลับคืนมาในรูปแบบของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในทางตรงกันข้าม โครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงของการผลิตและการดำเนินงานส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นสกุลเงินบาท ดังนั้นหากค่าเงินบาทอ่อนตัวลงต่อในช่วงครึ่งปีหลังย่อมผลดีต่อบริษัทอย่างเด่นชัด ย่อมสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทให้น่าจะปรับตัวดีขึ้นในรูปของเงินบาท
ด้านความคืบหน้าการคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 เตรียมเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3/2569 นี้ โดยขั้นตอนการทดสอบระบบได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้ว ผลดีของการเปิดคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่นี้ จะช่วยขยายความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับขีดความสามารถการจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมคลังสินค้าให้มีความถูกต้องและทันเวลา ตลอดจนเพิ่มความรวดเร็วและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านคลังสินค้าและการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลดีต่อการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและการจัดการระบบโลจิสติกส์ในภาพรวม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
