รีเซต

ไทยเตรียมส่ง TIGERS-X ชุดทดลองการแพทย์ฝีมือคนไทย 100% ไปอวกาศ 13 พ.ค. นี้ 6.16 น. ปูทางผลิตอาหาร/การแพทย์ในอวกาศ

ไทยเตรียมส่ง TIGERS-X  ชุดทดลองการแพทย์ฝีมือคนไทย 100% ไปอวกาศ 13 พ.ค. นี้ 6.16 น. ปูทางผลิตอาหาร/การแพทย์ในอวกาศ
TNN ช่อง16
12 พฤษภาคม 2569 ( 16:26 )

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนาโครงการ TIGERS-X หรือ Thailand Innovative G-force varied Emulsification Research for Space Exploration เพื่อศึกษาพฤติกรรมการผสมตัวของของเหลวในสภาวะไร้น้ําหนัก (microgravity) บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นครั้งแรกของประเทศ 

โดยจะส่งไปพร้อมกับอุปกรณ์ (Payload) อื่น ๆ ในจรวดขนส่งอวกาศฟัลคอน 9 (Falcon 9) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SapceX) ในวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 6.16 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ ฐานปล่อยยานอวกาศ ภายในฐานทัพอวกาศคานาเวอรัล (Cape Canaveral Space Force Station)

TIGERS-X ชุดทดลองการแพทย์ในอวกาศอันแรกของไทย

TIGERS-X เป็นชุดทดลองที่มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ขนาด 20 x 20 x 10 เซนติเมตร มวล 2.5 กิโลกรัม ใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 18 วัตต์ (W) ติดตั้งห้องทดลองขนาดเล็กเท่าชิป (Lab-on-a-Chip) สำหรับทดสอบการผสมของของเหลวที่เกิดปรากฎการณ์อิมัลชัน (emulsification) ซึ่งเป็นการผสมกันของของเหลวที่ไม่สามารถเข้ากันได้อย่างเช่น น้ําและน้ํามัน 

ทั้งนี้ ชุดทดลองทั้งหมดพัฒนาโดยวิศวกรชาวไทย ตั้งแต่กระบวนการออกแบบและประกอบ ซึ่งใช้ชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์ตามมาตรฐานองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ที่สามารถทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ได้อย่างปลอดภัย

แผนงานและเป้าหมายของ TIGERS-X

TIGERS-X พร้อมสัมภาระอื่น ๆ มีแผนจะขึ้นไปยังอวกาศจากฐานปล่อยที่ 40 (Space Launch Complex-40) ณ ฐานทัพอวกาศคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 06.16 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ด้วยจรวดขนส่งอวกาศฟัลคอน 9 (Falcon 9) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) 

เมื่อไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติ ชุดการทดลองจะถูกนำไปติดตั้งภายในห้องทดลองโคลัมบัส (Columbus module) ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) บนแพลตฟอร์มการทดลองอัตโนมัติไอซ์คิวบ์ (ICE Cubes) เพื่อดำเนินการทดลองทางการแพทย์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน 

โดยระบบทดลอง รองรับการควบคุมแบบอัตโนมัติในตัวชุดทดลอง และยังควบคุมได้ผ่านห้องควบคุมภารกิจ (Mission Control Room) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีห้องควบคุมภารกิจจาก ISS ในประเทศไทยอีกด้วย

จากนั้น TIGERS-X จะกลับมายังโลกในเดือนมิถุนายน เพื่อนำผลการทดลองเพิ่มเติมมาทำการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความเข้าใจกระบวนการอิมัลซิไฟเออร์มากขึ้น เปิดทางสู่การแพทย์มุ่งเป้าเฉพาะบุคคล (Personalized medicines) อีกทั้งยังเปิดหนทางระยะยาวสู่การผลิตอาหารในอวกาศ (Space Food System) หรือแม้แต่การแพทย์ในอวกาศ (Space Medicine) ต่อไป

ทั้งนี้ TIGERS-X ยังเป็นการทำงานร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) องค์การอวกาศยุโรป European Space Agency (ESA) และ บริษัทสเปซแพลิเคชันเซอร์วิส (Space Application Services) ซึ่งได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง