รีเซต

จาก “น้ำมัน” ถึง “น้ำดื่ม” เส้นทางต้นทุนที่ทำให้เราจ่ายแพงขึ้น

จาก “น้ำมัน” ถึง “น้ำดื่ม” เส้นทางต้นทุนที่ทำให้เราจ่ายแพงขึ้น
TNN ช่อง16
24 มีนาคม 2569 ( 10:57 )

น้ำมันพ่นพิษ! "น้ำดื่ม" ขยับ แพงเพราะขวด?

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงโดยง่าย ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มเท่านั้น แต่แรงสั่นสะเทือนนี้ได้ลามมาถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใกล้ตัวเราที่สุดอย่าง "น้ำดื่มบรรจุขวด" เมื่อราคาพลังงานขยับ ต้นทุนการขนส่งก็เพิ่มขึ้นตามทันที รถบรรทุกที่ใช้ส่งน้ำดื่มไปยังร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นโดยเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดมีรายงานว่า น้ำดื่มแบบแพ็คทยอยปรับขึ้นราคากันแล้ว

ขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์ของน้ำดื่ม โดยเฉพาะขวดพลาสติก PET ก็มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีต้นทุนอิงกับราคาน้ำมัน เมื่อวัตถุดิบแพงขึ้น ผู้ผลิตย่อมต้องปรับราคาสินค้าเพื่อรักษาสมดุลทางธุรกิจ

ทำไมสงครามไกลตัว ถึงทำให้น้ำดื่มแพงขึ้น?

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า น้ำก็ผลิตในไทย แหล่งน้ำก็มาจากบ้านเรา แล้วสงครามที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรเกี่ยวอะไรด้วย คำตอบซ่อนอยู่ใน "ต้นทุนแฝง" 3 ปัจจัยหลักดังนี้

- วิกฤตพลังงานและค่าขนส่ง: ตะวันออกกลางคือหัวใจสำคัญของการผลิตน้ำมันโลก เมื่อเกิดความไม่สงบ ราคาน้ำมันดิบจึงพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลโดยตรงต่อค่าขนส่ง จากโรงงานสู่ร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นต้นทุนสัดส่วนใหญ่ของธุรกิจน้ำดื่ม

-พลาสติก PET และต้นทุนปิโตรเคมี: ขวดน้ำที่เราถืออยู่นั้นผลิตจากเม็ดพลาสติก PET ซึ่งเป็นผลผลิตพลอยได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เมื่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผันผวน ต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์จึงดีดตัวสูงขึ้นตาม

-ค่าไฟฟ้าในการผลิต: กระบวนการกรองน้ำด้วยระบบ RO (Reverse Osmosis) และการเดินเครื่องจักรในโรงงานต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ซึ่งต้นทุนการผลิตไฟฟ้าส่วนหนึ่งยังคงอิงกับราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก

ภาพจาก TNN Online

น้ำดื่มบรรจุขวด ปรับราคาขึ้นแพ็กละ 2-5 บาท หลังเม็ดพลาสติกแพงขึ้น

TNN Online ลงพื้นที่ไปสำรวจน้ำดื่มบรรจุขวด หรือ น้ำดื่มชนิดแพค ได้พูดคุยกับร้านค้าส่งน้ำดื่มแพค ในพื้นที่เขตสะพานสูง จังหวัดกรุงเทพฯ พบว่าทางร้านค้าแห่งนี้ต้องสั่งสต็อกน้ำดื่มจำนวนมากมาไว้ให้บริการกับทางลูกค้า หลังจากที่จะมีการปรับขึ้นราคาของน้ำดื่มจากโรงงานผู้ผลิต โดยได้ปรับราคาขึ้นเป็นแพคละ 2 บาท (ข้อมูลราคา ณ วันที่ 22 มีนาคม 69) จากเดิมขายแพคละ 28 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 30 บาท 

ผู้ขายยังบอกอีกว่า ล่าสุดทางโรงงานแจ้งมาว่า รอบหน้าจะมีการขึ้นราคาอีก ซึ่งทางร้านก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องปรับขึ้นตามโรงงาน ผลพวงมาจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ค่าขนส่งขึ้น รวมถึงปัจจัยหลักอย่างเม็ดพลาสติกที่ขึ้นราคาสูงและไม่มีสินค้า

ผู้บริโภคโอด ครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้บริโภครายหนึ่งสะท้อนว่า ปัจจุบันค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็น รวมถึงน้ำดื่มบรรจุขวดที่เคยซื้อในราคาประหยัด ก็เริ่มขยับราคาอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยซื้อแพคละ 28 บาท ตอนนี้ปรับมาเป็น 30 บาทแล้ว ส่งผลให้ต้องลดปริมาณการซื้อลงเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในครัวเรือน พร้อมยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง

ทางออกของผู้บริโภคในยุคของแพง

-พกกระติกน้ำส่วนตัว: ลดการซื้อน้ำขวดรายวัน ช่วยทั้งเงินในกระเป๋าและลดขยะพลาสติก

-ใช้เครื่องกรองน้ำในครัวเรือน: แม้จะมีค่าติดตั้งและค่าไส้กรอง แต่เมื่อคำนวณในระยะยาว ต้นทุนต่อลิตรจะถูกกว่าน้ำขวดอย่างมาก

-เลือกซื้อแพ็กใหญ่: การซื้อยกแพ็กในห้างสรรพสินค้าหรือร้านส่ง ยังคงให้ราคาเฉลี่ยต่อขวดที่ถูกกว่าการซื้อปลีก

ราคาสินค้าจะปรับขึ้นตามต้นทุนพลังงานหรือไม่ และมีการควบคุมอย่างไร?

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569  นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ปริมาณสินค้า และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีสินค้าควบคุมรวม 59 รายการ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา เช่น อาหารสำเร็จรูป นม ปุ๋ย และอาหารสัตว์ และกลุ่มที่ต้องแจ้งก่อนปรับราคา เช่น สินค้าอุปโภคทั่วไป ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้มีการทบทวนรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาการปรับราคา 

พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การตรวจสอบราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง การป้องกันการปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า และการติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนหรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร

ภาพจาก AFP

ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค?

สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้เป็นเพียงข่าวในทีวี แต่มันคือ "ค่าครองชีพ" ที่ขยับตัวอยู่ในมือเรา ความผันผวนนี้เตือนให้เราเห็นว่าความมั่นคงทางพลังงานและทรัพยากรนั้นสำคัญเพียงใด และเราอาจต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ไปให้ได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง