รีเซต

ปิดฉากวาทกรรม! “พ.ร.ก.ประมงผิดหลักนิติธรรม” หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพ.ร.ก.ประมงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ปิดฉากวาทกรรม! “พ.ร.ก.ประมงผิดหลักนิติธรรม” หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพ.ร.ก.ประมงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ข่าวสด
7 ตุลาคม 2563 ( 16:18 )
69
ปิดฉากวาทกรรม! “พ.ร.ก.ประมงผิดหลักนิติธรรม” หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพ.ร.ก.ประมงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษาสำนักงานต่อต้านการทำประมงผิดกฏหมาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 14/2563 เรื่องพระราชกำหนดประมง พ.ศ.2558 มาตรา 151 วรรค 4 ซึ่งเกี่ยวกับการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (VMS) ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย

 

โดยกำหนดให้เจ้าของเรือที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยต้องติดตั้งระบบติดตามเรือประมงและดูแลให้ระบบดังกล่าวสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำและการทำประมงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ตามที่ให้สัตยาบันไว้

 

และปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการของคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรประมงของประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดการประมงในเรื่องระบบบริหารจัดการการทำการประมง จัดระบบติดตามตรวจสอบ ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงในเขตน่านน้ำไทยและนอกน่านน้ำไทย

 

และกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์และบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยกำหนดมาตรการควบคุม เฝ้าระวัง สืบค้นและตรวจสอบการประมงอันเป็นการป้องกัน ยับยั้งและขจัดการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับบทกำหนดโทษได้แก้ไขปรับปรุงโดยเฉพาะโทษทางอาญาให้เหมาะสมและได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดด้วยเช่นกัน

 

“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดว่าพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 อธิบายความเจตนารมณ์ของการ ‘ปฏิรูป’ ประมงได้ชัดเจนมาก และมีผลผูกพันกับทุกองค์กร ที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการ ‘ปฏิรูปประมง’ ในรอบ 70 ปี อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ในเรื่องบทลงโทษปรับตาม พ.ร.ก.ประมงฯ ถ้าพิจารณาถึงการคงไว้ซึ่งทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศในระยะยาวให้เกิดความยั่งยืน และเป็นไปตามหลักนิติธรรม เนื่องจากอัตราส่วนสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นโดยเฉพาะขนาดเรือ เช่น เรือขนาดตั้งแต่ 150 ตันกรอสขึ้นไป ต้องระวางโทษปรับ 4 ล้านบาท ตามมาตรา 151 วรรค 4 แม้จะเป็นอัตราค่าปรับจำนวนสูงและมีลักษณะเป็นการกำหนดโทษปรับอัตราเดียวโดยไม่มีกำหนดเพดานขั้นต่ำขั้นสูงก็ตาม แต่เป็นไปตามหลักการกำหนดโทษหนักเบาตามขนาดของเรือที่สอดคล้องกับมูลค่าของสัตว์น้ำที่ได้จากการกระทำผิด ดังนั้น ถือว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นการเลิกวาทกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะทำตามอียูสั่ง หรือโทษปรับสูงเกินกว่าจะรับได้ ไม่ตามหลักนิติธรรม รวมถึงรังแกชาวประมงบางส่วนที่ยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย” นายธนพร กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง