รีเซต

เมืองฟองน้ำ ทางออกน้ำท่วมกรุงเทพฯ ลดน้ำท่วมซ้ำซากได้จริงหรือ?

เมืองฟองน้ำ ทางออกน้ำท่วมกรุงเทพฯ ลดน้ำท่วมซ้ำซากได้จริงหรือ?
TNN ช่อง16
9 ตุลาคม 2569 ( 12:39 )
22

ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในกรุงเทพมหานครทำให้แนวคิดการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่อย่าง “เมืองฟองน้ำ” หรือ Sponge City ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนภายในเมือง เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำพร้อมกัน และช่วยบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนัก

ดร.สถาพร มนต์ประภัสสร จากภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Focus ทาง TNN ช่อง 16 อธิบายว่า เมืองฟองน้ำเป็นแนวคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการน้ำท่วมได้จริง โดยมีหลักสำคัญคือการชะลอและกักเก็บน้ำตั้งแต่ต้นทาง ก่อนทยอยระบายออกเมื่อระบบระบายน้ำสามารถรองรับได้

เมืองฟองน้ำคืออะไร ทำไมช่วยลดน้ำท่วมได้?

ดร.สถาพร อธิบายว่า หลักการสำคัญของเมืองฟองน้ำคือการทำให้พื้นที่ภายในเมืองสามารถดูดซับ กักเก็บ และชะลอการไหลของน้ำฝน แทนการปล่อยให้น้ำทั้งหมดไหลเข้าสู่ท่อระบายน้ำและคลองในเวลาเดียวกัน

โดยยกตัวอย่างว่า หากมีน้ำไหลเข้าสู่ระบบ 1,000 หน่วย และต้องระบายออกทั้งหมดในทันที อาจสร้างผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง แต่หากมีพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิงที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ 500 หน่วย ปริมาณน้ำที่ต้องระบายออกในช่วงเวลาเดียวกันจะลดลงเหลือ 500 หน่วย

น้ำที่กักเก็บไว้จะทยอยระบายออกภายหลัง เมื่อระบบระบายน้ำมีความสามารถรองรับเพิ่มเติม วิธีนี้ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ตอนล่างพร้อมกัน และลดความเสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำไม่ทัน

แนวคิดเมืองฟองน้ำจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำฝนตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้พื้นที่ภายในเมืองเป็นส่วนหนึ่งของระบบรองรับน้ำ

เมืองฟองน้ำไม่จำเป็นต้องเป็นสวนสาธารณะเท่านั้น

ดร.สถาพร ระบุว่า หลายคนอาจเข้าใจว่าเมืองฟองน้ำหมายถึงการเพิ่มสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นที่และการออกแบบ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสวนเบญจกิติ ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่รองรับน้ำภายในสวน สามารถใช้ประโยชน์ทั้งด้านการพักผ่อนของประชาชนและการจัดการน้ำฝน

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีการออกแบบสนามกีฬาและสนามบาสเกตบอลให้สามารถใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำชั่วคราวในช่วงฝนตกหนัก

ในช่วงเวลาปกติ ประชาชนสามารถใช้สนามดังกล่าวทำกิจกรรมกีฬาได้ตามปกติ แต่เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจะไหลเข้ามากักเก็บในพื้นที่ ก่อนระบายออกภายหลัง และทำความสะอาดเพื่อกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

การออกแบบลักษณะนี้ทำให้พื้นที่สาธารณะสามารถรองรับการใช้งานได้หลายประเภท โดยไม่จำเป็นต้องจัดสรรพื้นที่สำหรับเก็บน้ำเพียงอย่างเดียว

ทางเท้าซึมน้ำ อีกทางเลือกช่วยลดน้ำท่วมเมือง

นอกจากสวนสาธารณะและพื้นที่รับน้ำแล้ว การออกแบบพื้นผิวถนนและทางเท้าก็เป็นอีกวิธีที่สามารถนำมาใช้กับแนวคิดเมืองฟองน้ำได้

ดร.สถาพร ยกตัวอย่างการใช้วัสดุพื้นผิวที่มีรูพรุน เช่น แอสฟัลต์หรือคอนกรีตชนิดที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ ซึ่งช่วยให้น้ำฝนไหลลงสู่ชั้นดินด้านล่าง แทนการไหลสะสมอยู่บนพื้นผิวทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แนวทางดังกล่าวสามารถช่วยลดภาระการระบายน้ำได้ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะลักษณะดินใต้พื้นผิวและระดับน้ำใต้ดิน

หากชั้นดินไม่สามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้ การซึมผ่านของน้ำก็อาจมีข้อจำกัด ดังนั้น การนำวัสดุประเภทนี้มาใช้ในกรุงเทพมหานครจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ก่อนดำเนินการ

อีกประโยชน์หนึ่งคือการช่วยลดความร้อนในเมือง เนื่องจากน้ำที่สะสมอยู่ในวัสดุสามารถระเหยและช่วยลดอุณหภูมิบริเวณพื้นผิวได้บางส่วน ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง หรือ Urban Heat Island



 

ปลูกต้นไม้รอบบ้าน ช่วยลดน้ำท่วมได้หรือไม่?

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเท่านั้น แต่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ผ่านการจัดพื้นที่ภายในบ้าน

ดร.สถาพร อธิบายว่า การปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้า หรือเพิ่มพื้นที่ดินที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ภายในบ้าน มีส่วนช่วยชะลอน้ำฝนและลดปริมาณน้ำไหลบ่าบนพื้นผิว

เช่นเดียวกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามแนวถนน ซึ่งหลายเมืองนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาเมืองฟองน้ำ

หากบ้านเรือนจำนวนมากร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว แม้แต่ละแห่งจะมีพื้นที่ไม่มาก แต่เมื่อรวมกันก็สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนในภาพรวมได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ผลลัพธ์จากพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กอาจไม่มากเท่ากับการออกแบบพื้นที่รับน้ำขนาดใหญ่ที่มีระบบบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะ

กรุงเทพฯ เสี่ยงจมน้ำในอนาคตจริงหรือ?

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือความเสี่ยงที่กรุงเทพมหานครอาจเผชิญน้ำท่วมรุนแรงขึ้นในอนาคต

ดร.สถาพร ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากรุงเทพมหานครจะจมน้ำในอนาคตหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงการดำเนินมาตรการป้องกันและบริหารจัดการน้ำ

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการปรับตัวหรือพัฒนาระบบป้องกันเพิ่มเติม กรุงเทพมหานครมีความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากต้องรับมือกับน้ำจากหลายทิศทาง โดยเฉพาะน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับแนวโน้มระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ขณะที่ประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งบางส่วนอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงดังกล่าว

หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม กรุงเทพมหานครอาจต้องเผชิญเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและถี่ขึ้นในอนาคต


เมืองฟองน้ำแก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้จริงแค่ไหน?

จากคำอธิบายของ ดร.สถาพร มนต์ประภัสสร ในรายการ Morning Focus แนวคิดเมืองฟองน้ำสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมได้ โดยเฉพาะการลดปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำพร้อมกัน

แนวทางดังกล่าวสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างพื้นที่รับน้ำชั่วคราว การใช้สนามกีฬาเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ ไปจนถึงการพัฒนาทางเท้าที่สามารถให้น้ำซึมผ่านได้

อย่างไรก็ตาม การออกแบบแต่ละพื้นที่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านลักษณะดิน ระดับน้ำใต้ดิน และความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่นั้น ๆ

สำหรับกรุงเทพมหานคร เมืองฟองน้ำเป็นอีกแนวทางที่ช่วยชะลอน้ำและลดภาระระบบระบายน้ำ ขณะที่การรับมือกับน้ำท่วมในระยะยาวยังต้องพิจารณาความเสี่ยงจากน้ำทะเลหนุนและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นควบคู่กันไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง