รีเซต

โลกร้อนเขย่าวงการ “ชา” คุณภาพต่ำ ผลผลิตหด รสชาติเปลี่ยน

โลกร้อนเขย่าวงการ “ชา” คุณภาพต่ำ ผลผลิตหด รสชาติเปลี่ยน
TNN ช่อง16
16 พฤษภาคม 2569 ( 11:00 )
10

รายงานจากองค์กรการกุศล Christian Aid ระบุว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและสภาพอากาศสุดขั้วในประเทศผู้ผลิตชาหลัก เช่น เคนยา อินเดีย และศรีลังกา กำลังส่งผลให้คุณภาพใบชาลดลง และทำให้รสชาติของชาไม่สม่ำเสมอ บางครั้งอาจมีรสขมมากขึ้นกว่าปกติ คุณภาพของใบชาไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์เพียงเท่านั้น แต่สภาพอากาศที่เหมาะสม อุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนที่พอดีมีส่วนช่วยควบคุมคุณภาพของใบชาเช่นกัน

 

โดยปกติแล้วสภาวะที่เหมาะสมต่อการปลูกชาควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ 13-30 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อสภาพอากาศแปรปรวนซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อนทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นและไม่แน่นอน ทั้งฝนตกหนัก ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมนี้ส่งผลต่อสารสำคัญที่อยู่ในใบชา ทั้งน้ำตาล กรดอะมิโด และโพลีฟีนอล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวกำหนดรสชาติ และความกลมกล่อมของใบชา

 

อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ต้นชาเกิดความเครียด และมีแนวโน้มผลิตสารที่ทำให้มีรสชาติขมเพิ่มขึ้น ฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอยังมีผลทำให้สารในใบชาเจือจางลง มีผลต่อเอกลักษณ์และคุณสมบัติเฉพาะตัวของใบชาแต่ละสายพันธุ์ ขณะเดียวกันต้นชายังต้องเผชิญกับศัตรูพืชที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้คุณภาพของผลผลิตลดลง ทำให้การรักษาคุณภาพและรสชาติของชาให้คงที่ทำได้ยากขึ้น

 

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนไม่เพียงแต่กระทบคุณภาพของใบชาเท่านั้น แต่ยังส่างผลต่อระบบเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมชาในทั่วโลก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักที่มีความเปราะบาง เนื่องจากความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ผลผลิตลดลง แม้ว่าราคาใบชาจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

 

ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน การพัฒนาสายพันธุ์ใบชาให้ทนต่อสภาพอากาศมากขึ้นอาจเป็นหนึ่งในทางออกของปัญหา รวมถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการเพาะปลูก และสร้างความยืดหยุ่นให้กับอุตสาหกรรมชา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง