"เก่งทุกเรื่อง" ยกเว้นเรื่องที่"มีความสุข" คุณอาจเป็น Superwoman Syndrome!

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" เกี่ยวกับ "Superwoman Syndrome" โดยระบุว่า
เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง"มีความสุข" นี่คือ Superwoman Syndrome!
เคยรู้สึกไหมครับ ว่ายิ่งเราเก่ง ยิ่งเราประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่... ทำไมข้างในมันกลับรู้สึกว่างเปล่า? ใครๆ ก็บอกว่าคุณเก่ง คุณเพอร์เฟกต์ จัดการทุกอย่างได้ดีเยี่ยมในทุกบทบาท แต่ลึกๆแล้วคุณกลับเหนื่อยจนแทบไม่ไหว แถมยังหาความสุขจริงๆ ไม่เจอ
ถ้าคำตอบคือใช่ คุณอาจกำลังเจอกับ ‘Superwoman Syndrome’ หรือภาวะของผู้หญิงที่เก่งไปซะทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องการมีความสุขของตัวเอง
และในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจภาวะนี้กัน พร้อมแนะนำ 5 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณกลับมาใจดีกับตัวเอง และค้นพบความสุขที่แท้จริงอีกครั้งครับ
Superwoman Syndrome คืออะไร?
ก่อนอื่นต้องบอกว่า Superwoman Syndrome ไม่ใช่โรคหรือคำวินิจฉัยทางการแพทย์นะครับ แต่มันคือภาวะที่ผู้หญิงรู้สึกกดดันตัวเองอย่างหนักว่าต้องสมบูรณ์แบบในทุกๆ บทบาท ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดพนักงานในที่ทำงาน เป็นคุณแม่และภรรยาที่ไม่มีที่ติ หรือเป็นเพื่อนที่พร้อมสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง
คำนี้ถูกพูดถึงครั้งแรกในปี 1984 เพื่ออธิบายถึงผู้หญิงที่พยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ จนเผลอลืมความต้องการของตัวเองไปเลย ภาวะนี้ทำให้คุณรู้สึกว่า "ทุกอย่างต้องพึ่งพาฉัน" รู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้พัก และคอยผลักดันตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่ามันนำไปสู่ความเครียดสะสม ความวิตกกังวล และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้ง่ายๆ เลยครับ
ผลกระทบที่น่ากลัวกว่าที่คิด
การใช้ชีวิตแบบ Superwoman ไปนานๆ ไม่ใช่แค่ทำให้เหนื่อยนะครับ แต่มันยังค่อยๆ บั่นทอนเราทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง นี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง และยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคซึมเศร้ากับโรควิตกกังวลด้วย
ในด้านความสัมพันธ์ ความเครียดที่สะสมอาจทำให้เราเผลอไปกดดันหรือวิจารณ์คนรอบข้าง จนสุดท้าย... เรากลับเป็นฝ่ายผลักพวกเขาออกไปเองโดยไม่รู้ตัว
5 วิธีกลับมามีความสุขอีกครั้ง
1. ยอมรับความจริงว่า "ฉันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ": นี่คือปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดเลยครับ คือการยอมรับกับตัวเองว่าเราไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์ก็ได้ การตระหนักรู้ว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการเปลี่ยนแปลงแล้วครับ
2. ฝึกพูดคำว่า "ไม่" ให้เป็น: เราไม่สามารถทำทุกอย่างเพื่อทุกคนได้จริงๆ ครับ การปฏิเสธในสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่การใจร้าย แต่คือการให้เกียรติเวลาและพลังงานของตัวเราเอง ลองตั้งขอบเขตที่ชัดเจนเพื่อปกป้องพื้นที่ความสุขของคุณดูนะครับ
3. จัดตาราง "ดูแลตัวเอง" แบบจริงจัง: ล็อกเวลาในตารางชีวิตของคุณไว้สำหรับการพักผ่อนและทำในสิ่งที่รักจริงๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือแค่นั่งนิ่งๆ หายใจลึกๆ แค่วันละ 5-10 นาที มันก็สร้างความแตกต่างได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ
4. ปล่อยวางความเพอร์เฟกต์: โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100% หรอกครับ ลองเปลี่ยนมาฉลองให้กับความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวัน และฝึกให้อภัยตัวเองเมื่อทำอะไรพลาดไป และที่สำคัญ เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับชีวิตสุดปังของคนอื่นในโซเชียลมีเดียได้แล้ว เพราะนั่นมักจะเป็นแค่ด้านเดียวที่เขาเลือกให้เราเห็นเท่านั้น
5. "การขอความช่วยเหลือ" คือความกล้าหาญ: การขอความช่วยเหลือไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่คือความเข้มแข็งและกล้าหาญต่างหาก ลองแบ่งเบาภาระให้คนในครอบครัว หรือแค่ได้ระบายให้เพื่อนสนิทฟัง การมีคนรับฟังสามารถลดความกดดันในใจเราได้มหาศาลเลยนะครับ
การเป็นผู้หญิงเก่งและเข้มแข็งเป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง และไม่จำเป็นต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว การกลับมารักและดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันคือสิ่งจำเป็นเพื่อให้คุณมีความสุขได้อย่างยั่งยืน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
