รีเซต

ธนารักษ์ เด้งรับนายกฯ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปล่อยเช่าที่ราชพัสดุราคาถูก

ธนารักษ์ เด้งรับนายกฯ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปล่อยเช่าที่ราชพัสดุราคาถูก
มติชน
24 มกราคม 2565 ( 06:15 )
29
ธนารักษ์ เด้งรับนายกฯ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปล่อยเช่าที่ราชพัสดุราคาถูก

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบให้กรมธนารักษ์ เข้ามามีส่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ทำกินให้กับประชาชน โดยนำพื้นที่ราชพัสดุ หรือพื้นที่ถูกบุกรุก มาจัดทำเป็นสัญญาเช่าให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ได้เข้าไปใช้เป็นที่ทำกินสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือไว้ทำการเกษตรอย่างถูกกฎหมาย โดยคิดค่าเช่าราคาไม่แพง

 

“ที่ผ่านมามีที่ดินที่มีชาวบ้านเข้าบุกรุกไปใช้ประโยชน์อยู่ จึงมีแนวคิดจะนำพื้นที่บางส่วนมาทำสัญญาเช่าระยะสั้น ให้ชาวบ้าน ผู้มีรายได้น้อย ได้เช่าอยู่ทำมาหากิน เป็นที่สำหรับทำการเกษตร และไว้สำหรับอยู่อาศัยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่ามีพื้นที่เท่าไร จะต้องมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันก่อน แต่เชื่อว่าจะช่วยเหลือประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ตามนโยบายของรัฐบาล” นายประภาศ กล่าว

 

สำหรับแนวทางที่กรมธนารักษ์ เข้าไปร่วมทำ คือการนำพื้นที่บุกรุกเข้าจัดทำเป็นที่ราชพัสดุ และทำสัญญาเช่าให้แก่ประชาชน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกหากเป็นประชาชนบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่า จะต้องมีการถอนพื้นที่นั้นออกมาจากความเป็นพื้นที่ป่า และจัดทำเป็นพื้นที่ราชพัสดุเพื่อนำมาให้ประชาชนเช่าราคาถูก และ กลุ่มต่อมาหากบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในการครอบครองของหน่วยงานอื่น เช่น บุกรุกที่ราชฯ ของกองทัพ ก็ให้กองทัพส่งมอบพื้นที่คืนกลับมาให้กรมธนารักษ์ดูแลต่อ เพื่อจัดสัญญาเช่าได้เลย

 

ส่วนประชาชนที่มีการบุกรุกในพื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์อยู่แล้ว กรมฯได้พิจารณาทยอยมอบสัญญาเช่าให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการธนารักษ์ประชารักษ์ ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีการมอบสัญญาเช่าที่ทำกินให้ประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นครัวเรือน คิดเป็นที่ดินจำนวนนับแสนไร่ นอกจากนี้ ในการประชุมยังได้มีการพิจารณาข้อมูลที่ดินที่ทับซ้อน เนื่องจากมีข้อมูลหลายหน่วยงานทับซ้อนกันอยู่ ทำให้เมื่อนำมาข้อมูลทุกหน่วยมารวมกัน ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่มากกว่าทั้งประเทศกว่าเท่าตัว จึงต้องมีการจัดระเบียบข้อมูลใหม่ให้ถูกต้อง

 

นายประภาศ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของกรมธนารักษ์ปี 2565 ในเร็วๆ นี้จะมีการเสนอโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา ให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หลังจากกรมฯ ได้เปิดประมูลหาผู้ร่วมลงทุนแบบ การลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (พีพีพี ) เสร็จแล้ว ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบก็จะลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นท่าเรือมาตรฐานสากลระหว่างประเทศ เพื่อใช้เป็นช่องทางขนส่งโดยตรงสำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านท่าเรือกรุงเทพ ขณะเดียวกัน กรมฯ มีแผนนำพื้นที่ราชพัสดุมาพัฒนาเป็นที่จัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน โดยให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง