"จีน" แบนซอฟต์แวร์ไซเบอร์สหรัฐ-อิสราเอล หวั่นภัยความมั่นคง

หน่วยงานรัฐจีน reportedly แจ้งบริษัทเอกชนภายในประเทศให้ยุติการใช้งานซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่พัฒนาโดยบริษัทสหรัฐและอิสราเอลราว 10 ราย โดยประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ แหล่งข้อมูลใกล้ชิดระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเพิ่งมีผลแจ้งให้ภาคธุรกิจรับทราบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีองค์กรที่เกี่ยวข้องจำนวนเท่าใด
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐเพิ่มระดับ ทั้งด้านการค้า การทูต และการแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี จีนเร่งผลักดันให้แทนที่ระบบและซอฟต์แวร์นำเข้าจากตะวันตกด้วยผลิตภัณฑ์จากผู้พัฒนาในประเทศ
แหล่งข่าวระบุว่า ทางการกังวลว่าแพลตฟอร์มความปลอดภัยทางไซเบอร์จากตะวันตกอาจลักลอบเก็บหรือตีข้อมูลสำคัญส่งออกนอกประเทศ ขณะที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งจีนและกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่ให้ความเห็นต่อสื่อ
การคุมเข้มซอฟต์แวร์ต่างชาติเกิดขึ้นควบคู่กับท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐที่มองจีนเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังยืนหยัดสงบศึกทางการค้าแบบเปราะบาง และเตรียมรับการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ในเดือนเมษายน
จีนมุ่งพัฒนาห่วงโซ่เทคโนโลยีระดับแกนกลาง ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์จนถึงปัญญาประดิษฐ์ จึงมีการเดินหน้าแทนที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบจัดการข้อมูล และซอฟต์แวร์สร้างเอกสารจากต่างชาติ ด้วยโซลูชันท้องถิ่น
สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นจากข้อกล่าวหาที่ตอบโต้ไปมาระหว่างบริษัทไซเบอร์ตะวันตกและจีน โดยหลายบริษัทจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดเผยรายงานการโจมตีไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับจีนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายจีนปฏิเสธมาโดยตลอด
แม้จะมีแรงเสียดทานด้านความมั่นคง แต่บริษัทต่างชาติได้สร้างฐานธุรกิจในจีนมายาวนาน ทั้ง Fortinet และ Palo Alto มีสำนักงานหลายแห่งในจีนและฮ่องกง เช่นเดียวกับ Broadcom และ Check Point นักวิเคราะห์ระบุว่าซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยมักเข้าถึงระบบข้อมูลขั้นลึกขององค์กร ทำงานใกล้ชิดหน่วยความมั่นคง และจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความอ่อนไหวสูงในยุคสงครามไซเบอร์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
