สงคราม "เบอร์เกอร์" ปะทุ ตลาดจีนเดือด

ตลาดเบอร์เกอร์ในจีนขณะนี้กำลังร้อนแรง และขยายตัวต่อเนื่อง ตามกระแสความนิยมของผู้บริโภคภายในประเทศ ข้อมูลจาก Emergen Research ระบุว่า ตลาดเบอร์เกอร์จีน ปี 2025 มีมูลค่าอยู่ประมาณ 18,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.7 ต่อปี ไปจนถึงปี 2035
รอยเตอร์ส รายงานว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ปัจจัยด้านราคามีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกอาหารเพื่อบริโภค ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีขนาดเล็กลง ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนความนิยมของเบอร์เกอร์ในจีน
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอาหารจีน Zhu Danpeng ให้ความเห็นว่า ช่วงที่ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย เบอร์เกอร์ถือเป็นอาหารทางเลือกที่มีราคาย่อมเยา กว่าการรับประทานอาหารในร้านอาหารเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันก็ยังให้ปริมาณอาหารที่เพียงพอสำหรับ 1 มื้ออาหาร
นอกจากนี้ ครัวเรือนที่มีขนาดเล็กลง การใช้ชีวิตคนเดียว และวิถีชีวิตของคนทำงานรุ่นใหม่ในเมือง ล้วนสนับสนุนความต้องการอาหารที่รับประทานได้สะดวก รวดเร็ว และเหมาะกับการรับประทานคนเดียว รวมถึงพกพาได้ง่าย
ปัจจัยเหล่านี้กำลังทำให้เบอร์เกอร์กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิฟาสต์ฟู้ดที่ร้อนแรงที่สุดของจีน ดึงดูดตั้งแต่ร้านอาหารระดับโลก ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจหม้อไฟและแบรนด์ร้านกาแฟให้เข้ามาร่วมแข่งขันมากขึ้น
พร้อมเปลี่ยนภาพของเบอร์เกอร์ จากอาหารตะวันตกเฉพาะกลุ่ม ซึ่งมี McDonald’s, KFC และ Burger King เป็นผู้เล่นหลัก ไปสู่หนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงของธุรกิจร้านอาหารจีน
ขณะเดียวกัน แบรนด์ร้านอาหารประเภทอื่น ต่างก็เร่งเข้ามาคว้าโอกาสที่ตลาดกำลังเติบโตนี้ เช่น Yum China ซึ่งเป็นเจ้าของ KFC และ Pizza Hut ในจีน มองเห็นโอกาสดังกล่าวและนำมาต่อยอดผ่านแบรนด์ในเครือ
โดยเฉพาะ Pizza Hut ที่เริ่มเพิ่มเมนูเบอร์เกอร์ในปี 2024 ในปีนี้ เร่งขยาย Pizza Hut Burger Bar ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์เบอร์เกอร์ที่อยู่ภายในร้านพิซซ่าเดิม โดยขยายเป็นมากกว่า 200 แห่งภายในเวลาเพียง 6 เดือน เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่รับประทานอาหารคนเดียว และผู้บริโภคที่ต้องการอาหารรวดเร็วในราคาย่อมเยา
ขณะที่ยอดขายจากเมนูเบอร์เกอร์ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะสร้างยอดขายมากกว่า 1,000 ล้านหยวนในปี 2026 พร้อมตั้งเป้าขยายโมเดลร้านรูปแบบใหม่นี้เป็น 500–600 แห่งภายในสิ้นปี
ไม่เพียงแต่ Pizza Hut เท่านั้น ที่หันมาเจาะตลาดเบอร์เกอร์เพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ก็เริ่มเข้ามาร่วมชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้
เช่น เมื่อเดือนที่ผ่านมา Haidilao แบรนด์ร้านหม้อไฟจีน เข้าสู่ตลาดด้วยแบรนด์ใหม่อย่าง Huanxianbao หรือ Fresh Burger ซึ่งจำหน่ายเบอร์เกอร์เนื้อ Angus ที่ปรุงสดใหม่ ควบคู่กับเมนูพาสต้า พิซซ่า และไก่ทอด
ขณะที่ M Stand แบรนด์ร้านกาแฟ ก็เริ่มเปิดร้านที่เน้นจำหน่ายเบอร์เกอร์ในบางเมือง เช่นเดียวกับแบรนด์ร้านไอศกรีม และร้านก๋วยเตี๋ยว ก็เริ่มทดลองเพิ่มเมนูเบอร์เกอร์เข้ามาในธุรกิจ
ด้านแบรนด์จากตะวันตก Wendy’s ก็เตรียมกลับเข้าสู่ตลาดจีนอีกครั้ง โดยทำข้อตกลงเพื่อเปิดร้านมากถึง 1,000 แห่งภายใน 10 ปีข้างหน้า
ส่วน Five Guys เชนเบอร์เกอร์ยอดนิยมจากสหรัฐฯ ก็เข้าสู่ตลาดกรุงปักกิ่ง ด้วยการเปิดร้านใหม่ 2 สาขา ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วนระดับนานาชาติที่ต้องการขยายธุรกิจในจีน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ซึ่ง Five Guys เปิดตลาดในนครเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรกในปี 2021 และปัจจุบันมีร้านสาขาในเมืองดังกล่าวแล้ว 5 แห่ง
นอกจากนี้ Huang Ji Huang แบรนด์ร้านอาหารจีน ยังเพิ่มเมนู เบอร์เกอร์ผัดกระทะ ที่มีไส้ไก่ตุ๋น และไก่กระเทียม สะท้อนให้เห็นว่าเบอร์เกอร์กำลังถูกนำไปปรับเข้ากับรสชาติและรูปแบบอาหารที่ผู้บริโภคจีนคุ้นเคยมากขึ้น
อย่างไรก็ดี หากพูดถึงผู้เล่นจีนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ตลาดเบอร์เกอร์อย่างชัดเจน Tastien ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญในจีนที่เข้ามาแข่งขันกับ McDonald’s, KFC และ Shake Shack ในตลาดจีน โดยจุดแข็งของแบรนด์มาจากการนำเบอร์เกอร์แบบตะวันตกมาปรับให้เข้ากับรสนิยมผู้บริโภคจีน ทั้งด้านรสชาติ วิธีการปรุง และแนวคิดเรื่องความสดใหม่ ทำให้บริษัทฯ มีจำนวนสาขามากกว่า 11,000 แห่ง ในปี 2025 ที่ผ่านมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
