พ่อ-ลูกหนีตายระทึก! ไฟไหม้บ้าน เผาวอด3หลังรวด เผยไม่เหลืออะไรเลย

พ่อ-ลูกหนีตายระทึก! ไฟไหม้บ้าน เผาวอด3หลังรวด เผยไม่เหลืออะไรเลย
ข่าวสด
4 ตุลาคม 2564 ( 07:33 )
15
พ่อ-ลูกหนีตายระทึก! ไฟไหม้บ้าน เผาวอด3หลังรวด เผยไม่เหลืออะไรเลย

พ่อ-ลูกสาวหนีตายระทึก ไฟไหม้บ้าน เผาวอด 3 หลังรวดในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำกว่า 1 ชั่วโมง เผย ไม่เหลืออะไรเลย

 

 

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 4 ต.ค.2564 พ.ต.ท.ศิวกร จันทเมนชัย สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้บ้าน ภายในซอยกลป้อมค่าย ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองชลบุรี

 

 

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้และลามเผาบ้านไม้เก่า 3 หลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งบ้านทั้ง 3 หลังได้รับความเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย

พ่อ-ลูกสาวหนีตายระทึก ไฟไหม้บ้าน เผาวอด 3 หลังรวดในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำกว่า 1 ชั่วโมง

 

 

จากการสอบถาม นายพิสันต์ อินทรักษา อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านหนึ่งในบ้านที่ถูกไฟไหม้ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนไปตลาดไม่รู้ว่าไฟไหม้ได้อย่างไร โดยมีคนโทรไปบอกว่าไฟไหม้บ้าน ตนก็รีบมาดู พอมาถึงก็พบว่าไฟไหม้บ้านลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะว่าเป็นบ้านไม้จึงเป็นฉนวนอย่างดี ส่วนสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

 

 

 

 

ด้าน นายพงศ์เพชร ชงชกานันท์ อายุ 78 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่กับลูกสาวแต่ช่วงที่ไฟไหม้ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ตนตื่นมาก็พบว่าไฟไหม้และควันเต็มไปหมด ตนกับลูกสาวต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดโดยไม่ได้หยิบอะไรติดมือมาเลย มีเพียงเสื้อผ้าที่ใส่ติดตัวอยู่เท่านั้น

 

 

 

"ไฟไหม้ครั้งนี้ผมหมดตัวเลย ไม่เหลืออะไรเลย โชคดีที่รอดชีวิตแต่เจ็บเล็กน้อยที่ขา เพราะไม่รู้สะดุดอะไรตอนวิ่งหนี ส่วนลูกสาวก็ปลอดภัยเช่นกันไม่ได้รับบาดเจ็บ ทางลูกสาวอยู่ในอาการตกใจ ญาติจึงรับตัวกลับบ้านไปแล้ว" นายพงศ์เพชร กล่าว

 

 

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า บ้านทั้ง 3 หลังถูกไฟไหม้วอดหมดเหลือเพียงเศษซากของไม้ที่ถูกไฟไหม้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรภาค 2 เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง