รีเซต

ตรวจนอมินีชลบุรี โยงถือหุ้นกว่า 100 บริษัท

ตรวจนอมินีชลบุรี โยงถือหุ้นกว่า 100 บริษัท
TNN ช่อง16
21 มีนาคม 2569 ( 19:01 )
1

ท่ามกลางความกังวลเรื่องโครงสร้างธุรกิจที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางเลี่ยงกฎหมายในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ภาครัฐเริ่มเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวระดับประเทศ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18–20 มีนาคม 2569 ได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจในเมืองพัทยา เพื่อตรวจสอบกรณีที่เข้าข่ายใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นแทนต่างชาติ

การตรวจสอบเริ่มจากสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย 4 แห่ง ซึ่งพบลักษณะการใช้สถานที่เดียวกันจดทะเบียนหลายบริษัท อีกทั้งยังพบว่ามีบุคคลไทยรายหนึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมากกว่า 100 แห่ง โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างเรียกชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายหรือไม่

ในส่วนของธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัท จนไม่เป็นไปตามคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจำนวน 4 ราย โดยได้ติดประกาศคำสั่งไว้ที่สถานประกอบการแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจสอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของต่างด้าวจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นกิจการที่กฎหมายกำหนดข้อจำกัด โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาเชิงลึก หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ข้อมูลเบื้องต้นยังพบว่าในจังหวัดชลบุรี มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 146 ราย ซึ่งบางประเภทเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาต หรือไม่สามารถดำเนินการได้โดยเด็ดขาด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำว่าการปราบปรามนอมินีเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญ เพื่อป้องกันการบิดเบือนการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย โดยหากพบการกระทำผิดจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนคำสั่งศาล อาจถูกปรับรายวันเพิ่มเติมจนกว่าจะยุติการกระทำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง