รีเซต

BCH ปี 67 กำไร 1,282 ลบ. ลดลง 8.8% จ่ายปันผล 0.28 บ. ขึ้น XD 2 พ.ค.

BCH ปี 67 กำไร 1,282 ลบ. ลดลง 8.8% จ่ายปันผล 0.28 บ. ขึ้น XD 2 พ.ค.
ทันหุ้น
28 กุมภาพันธ์ 2568 ( 14:17 )
11

 

#BCH #ทันหุ้น – บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH แจ้งผลการดำเนินงานปี 2567 มีกำไรสุทธิ 1,282 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.51 บาท ลดลง 8.8% เทียบกับปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,406 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.56 บาท  บริษัทได้รับผลกระทบจากการบันทึกรายการปรับปรุงของค่าบริการกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อน (RW>2)

.

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 มีมติให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.28 บาท วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) 6 พ.ค.2568 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 2 พ.ค. 2568 วันที่จ่ายปันผล 23 พ.ค. 2568 จ่ายปันผลจาก งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2567 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567

.

กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์  วันที่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 10.00 น. วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record date) 17 มี.ค. 2568 วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม 14 มี.ค. 2568

วาระการประชุมที่สำคัญ :

- จ่ายปันผลเป็นเงินสด

- การเปลี่ยนแปลง/ต่อวาระกรรมการ

.

บล.บัวหลวงระบุว่า กำไรหลักไตรมาส 4/67 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด

BCH รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/67 ที่ 233 ล้านบาท ลดลง 46% YoY และ 49% QoQ หากหักรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลาวจำนวน 60ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 173 ล้านบาท ลดลง 60% YoY และ 56% QoQ กำไรหลักต่ำกว่าที่เราคาด 9% ต่ำกว่าที่ตลาดลาด 11%จากการตั้งสำรองรายได้ค้างรับโควิตอีก 30 ล้านบาท

รายได้จากการให้บริการ อยู่ที่ 2,759 ล้านบาท ลดลง 9% YoY และ 13% QoQ เนื่องจากในไตรมาส 4 ได้มีการบันทึกรายการปรับปรุงของค่าบริการกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อน (RW>2) จำนวน 164 ล้านบาท และ การตั้งสำรองรายได้ค้างรับโควิด 92 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.7% ลดลง 8.2% YoY และ 7.0% QoQ ส่วน SG&A/sales อยู่ที่ 15.0% เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากรายได้รวมต่ำลง

คาดไตรมาส 1/68 จะกลับมาดำเนินธุรกิจได้แบบปกติ ไม่มี extra income และ extra loss จากทั้งประกันสังคม และ โควิด ดังนั้นเราคาด กำไรไตรมาส 1/68 จะลดลง YoY จากรอมฏอน ที่จะกระทบต่อกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง แต่ดีขึ้น QoQ เนื่องจากไตรมาส 4/67 รับรู้การตั้งสำรองไปเยอะพอสมควรแล้ว

เรามองว่า BCH จะเป็นผู้เล่นที่เติบโตดีที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคม คงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 18.50 บาท

.

บล.เอเซียพลัส กำไรดีกว่าคาด แต่มีรายการพิเศษช่วย

กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 233 ล้านบาท (-17%QoQ,-24%YoY) กดดันจากรายได้ผู้ป่วยในที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายส่งผู้ป่วยของรัฐบาลคูเวต รวมถึงรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคมหมวดโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ลดลง หลังสำนักงานประกันสังคมแจ้งการจ่ายเงินที่อัตรา 8,000 บาท/RW จากเดิมที่ 12,000 บาท/RW ด้วยรายได้ที่ลดลงมาก ส่งผลให้ gross margin เหลือเพียง 22.8% และ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 15% รวมถึง effective tax rate ที่ 27.7%, ทั้งนี้ มีรายการพิเศษทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน 82.1 ล้านบาท เนื่องจาก สปป. ลาว ประสบภาวะเงินเฟ้อรุนแรง 3 ปีต่อเนื่อง หากไม่มีรายการดังกล่าว กำไรไตรมาส 4/67 จะเหลือเพียง 152 ล้านบาทเท่านั้น

มอง outlook ปี 2568 สดใส จาก 1) สำนักงานประกันสังคมกลับมาการันตีจ่ายผู้ป่วย RW>2 ที่อัตรา 12,000 บาท/หัว ตลอดปี 2) จำนวนผู้ประกันตนและฐานลูกค้าคนไข้เงินสดเพิ่มขึ้นจากการ rebrand โรงพยาบาลต่างๆ 3) รพ.เกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี คาดว่าจะเห็น EBITDA margin เป็นบวกในปีนี้ และ รพ. เกษมราษฎร์ เวียงจันทน์ คาดว่าจะเห็นกำไรสุทธิเป็นบวกในปีนี้ 4) อยู่ระหว่างการเจรจากับสถานทูตคูเวต

ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF (terminal growth 3%) ได้ Fair value 21.00 บาท แม้ราคาหุ้นมี upside แต่งบที่ออกมาไม่ดี จะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นไปอีกระยะ ฝ่ายวิจัยแนะนำชะลอการลงทุนไปก่อน และพิจารณาลงทุนเมื่อเริ่มเห็นผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/68 เป็นต้นไป ให้น้ำหนักการลงทุน Neutral

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง