รีเซต

SONIC รับไฮซีซันส่งออก  ดีมานด์สหรัฐดัน Q3 คึก

SONIC รับไฮซีซันส่งออก  ดีมานด์สหรัฐดัน Q3 คึก
ทันหุ้น
19 มิถุนายน 2569 ( 01:45 )
14

ดร.สันติสุข  โฆษิอาภานันท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC เปิดเผยกับ ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์ค่าระวางเรือในปัจจุบันทิศทางยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่งออกในขณะนี้อยู่ในภาวะเฝ้าระวังและพิจารณาความจำเป็นในการส่งสินค้า โดยหากสินค้าไม่เร่งรีบส่งออกจะเลือกชะลอเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ส่งออกคือความผันผวนของต้นทุน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจากระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความไม่แน่นอนเรื่องกำแพงภาษี (Tariff) ในตลาดสหรัฐ ซึ่งสร้างความสับสนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในเรื่องการผลักภาระต้นทุน ทำให้ในปัจจุบันตลาดอยู่ในช่วงชุลมุนและรอความชัดเจนมากกว่าปกติ

ส่วนแนวโน้มช่วงไตรมาส 2/2569  ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แม้จะไม่อาจเทียบเท่ากับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ค่าระวางเรือพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังสะท้อนถึงการเติบโตที่มั่นคงท่ามกลางความระมัดระวังของคู่ค้าในตลาด

สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเป็นช่วงที่ปริมาณการขนส่งสินค้าคึกคัก เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของการส่งออกสินค้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้สินค้าไปถึงปลายทางทันช่วงเทศกาลคริสต์มาส โดยในช่วงนั้นสายเรือจะมีการประกาศเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษหรือ Peak Season Surcharge (PSS) ซึ่งหากสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ เริ่มคลี่คลาย จะส่งผลดีต่อผู้ส่งออกให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงจนเกินไป แต่หากวิกฤติยังยืดเยื้อ ค่าระวางก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกดีมานด์และซัพพลาย

ขณะที่ปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อการเติบโตคือ การย้ายฐานการผลิตของโรงงานจากประเทศจีนมายังภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย เพื่อเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งไทยได้รับประโยชน์ในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกสินค้าแทนการส่งออกจากจีนโดยตรง แม้ทางตัวเลขเศรษฐกิจไทยอาจจะดูเสียเปรียบดุลการค้ากับจีน แต่ในเชิงปริมาณการขนส่งถือเป็นโอกาสใหม่ของธุรกิจโลจิสติกส์ไทยที่จะได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น

ส่วนกลยุทธ์การดำเนินงาน SONIC ยังคงเน้นสัดส่วนการขนส่งทางเรือ (Sea Freight) เป็นหลักที่ 70% ตามด้วยการขนส่งทางอากาศ (Air Freight) 15% และบริการอื่นๆ อีก 15% โดยบริษัทมองว่าในทุกวิกฤติคือโอกาสสำคัญ เนื่องจากในช่วงที่สถานการณ์ปกติ ตลาดมักจะสู้กันด้วยสงครามราคา (Price War) แต่ทันทีเกิดปัญหาหรือวิกฤติขึ้น ผู้ส่งออกจะเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ "ความเชื่อมั่น" และ "การจัดหาพื้นที่ระวาง" (Space) แทนเรื่องราคา

"เราไม่ค่อยกลัววิกฤติ เพราะทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกค้าจะเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่มีพันธมิตรแข็งแกร่งและไว้ใจได้ว่าจะนำสินค้าไปถึงปลายทางได้จริง ซึ่ง SONIC มีจุดแข็งตรงนี้ ทำให้เรามักจะทำผลงานได้ดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน" ดร.สันติสุข กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง