TDRI ชี้สงครามกดศก.ไทยปีนี้ร้อยละ 0.2-0.4

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลใจจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางขณะนี้ หลัก ๆ คือเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากร ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงยังกระทบวัตถุดิบบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์น้ำมันให้เริ่มขาดแคลน ซึ่งมองว่าผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในส่วนนี้จะกระทบเป็นวงกว้างกับเศรษฐกิจในภาพรวม
นอกจากนี้ อีกประเด็นที่น่ากังวลใจ คือ ผลกระทบต่อระดับเงินเฟ้อของไทยว่าจะปรับตัวขึ้นไปเร็วหรือไม่ แม้ว่าปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับต่ำ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับ คือ ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยดีอยู่แล้ว หากมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อสูงเพิ่มเข้ามา จะทำให้เกิดปัญหาได้ และโดยหลักในการแก้ปัญหาส่วนนี้ในต่างประเทศจะพยายามปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งประเด็นนี้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อทิศทางของประเทศไทย ที่ควรจะลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น อาจจะน้อยกว่า เนื่องจากเดิมทีเศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดีอยู่แล้ว อยู่ในระดับซึม ๆ ทรุด ๆ โดยปัจจัยเศรษฐกิจไหนที่ยังเดินได้ก็ยังสามารถประคับประคองให้พอไปได้ โดยประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อย่างน้อย 0.2-0.4%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ น่าจะขยายตัวได้ราว 1.6% และคงยากที่จะโตไปถึง 2% เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันเศรษฐกิจเราไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ลุ่ม ๆ ดอน ๆ สัญญาณเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ชะลอตัว ยังไม่ค่อยดีนัก ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้น ถึงจะสูงขึ้นนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็เป็นการซ้ำเติมปัญหา และการประเมินตัวเลขที่ 2% นั้น เกิดขึ้นก่อนมีสงคราม
พร้อมมองว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่ควรมีการออก พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยยังเชื่อว่ากลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังสามารถรองรับได้ แม้ปัจจุบันสถานะของกองทุนน้ำมันฯ จะเริ่มกลับมาติดลบ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก หากเทียบกับในอดีตที่กองทุนน้ำมันฯ เคยมีสถานะติดลบมหาศาล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
