สำเร็จเกินคาด 'มหกรรมกัญชา' 2 หมื่นเข้าร่วม สะพัดกว่า 10 ล้าน ปชช.เรียกร้องจัดอีก ฟื้นเศรษฐกิจได้ใน 3 วัน

สำเร็จเกินคาด 'มหกรรมกัญชา' 2 หมื่นเข้าร่วม สะพัดกว่า 10 ล้าน ปชช.เรียกร้องจัดอีก ฟื้นเศรษฐกิจได้ใน 3 วัน
มติชน
7 มีนาคม 2564 ( 16:36 )
105
สำเร็จเกินคาด 'มหกรรมกัญชา' 2 หมื่นเข้าร่วม สะพัดกว่า 10 ล้าน ปชช.เรียกร้องจัดอีก ฟื้นเศรษฐกิจได้ใน 3 วัน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม เวลา 16.00 น. ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในงาน “มหกรรมกัญชา กัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน”วันสุดท้าย

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (นพ.สสจ.) ในฐานะผู้รับผิดชอบการดำเนินการจัดงาน กล่าวว่า มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนที่ร่วมงานเข้าใจ เข้าถึง ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ กัญชงเพื่อเศรษฐกิจได้อย่างมีคุณค่า ดังนั้น ประชาชนที่เข้ามาที่งาน จะได้ประโยชน์ 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ เรื่องที่ 1 ความรู้จากวิทยากรระดับแม่เหล็กของประเทศ, เรื่องที่ 2 ชมนิทรรศการ ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อนำกัญชา กัญชงไปใช้ประโยชน์, การเปิดคลินิกให้คำปรึกษา ตอบข้อสังสัยเกี่ยวกับกัญชา กัญชงในทุกเรื่อง และเรื่องที่ 3 คลินิกกัญชาทางการแพทย์ ที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงครบถ้วนทั้งวิชาการ การปฏิบัติจริงทำให้ประชาชนเข้าถึงได้

“ต้องขอขอบคุณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่เห็นความสำคัญของการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ใช้โอกาสนี้สร้างกิจกรรมเพื่อขยายผลการปลดล็อกกฎหมายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน โดยเฉพาะสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นเนล เซอร์กิต ที่อำนวยด้านสถานที่และการจัดงาน” นพ.วิทิต กล่าว

นพ.วิทิตกล่าวว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอมหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน จนได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วประเทศเกินความคาดหมาย โดยภาพรวมงานที่ผ่านมา 3 วัน มีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจของประชาชน ด้วยกัญชา กัญชงเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้อยู่แล้ว แต่ในการจัดงานก็มีเนื้อหาสาระ (Content) ที่น่าสนใจ ตรงใจประชาชน จึงต้องขอบคุณสื่อที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์งานนี้ไปถึงประชาชนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ งามหกรรมกัญชากัญชง 360 องศาฯ ที่จัดขึ้นตลอดทั้ง 3 วัน มียอดผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คน ขณะที่เม็ดเงินสะพัดภายในงานรวมกว่า 10 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.โซนร้านอาหาร 27 ร้าน รายได้ 1.8 ล้านบาท

2.โซนสินค้าโอท็อป(OTOP) 13 ร้าน รายได้ 3.2 ล้านบาท

3.โซนนิทรรศการ รวมกว่า 6.5 ล้านบาท

นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ ยังไม่รวมรายได้และโอกาสจากการต่อยอดธุรกิจที่ประชาชน นักลงทุน ต่างเข้ามาตักตวงไอเดียไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเอง

โดยคาดการณ์ว่า หากเป็นช่วงที่การระบาดของโควิด-19 น้อยลง และมีผู้ที่ปลอดภัยจากโควิดด้วยวัคซีนป้องกันมากขึ้น จะมีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้นอีก เนื่องจาก ประชาชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมกัญชาฯ ครั้งนี้ เดินทางมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี เชียงใหม่ ยโสธร ภูเก็ต ซึ่งได้รับทราบข่าวการจัดงาน ทั้งจากเพื่อน ครอบครัว วิสาหกิจชุมชนของตนเอง เสียงตามสายภายในหมู่บ้าน ข่าวจากโซเซียลมีเดีย ไปจนถึงหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ชักชวนกันมาหาช่องทางทำเงิน จึงหลั่งไหลเดินทางเข้ามาไม่ขาดสายกระทั่งสิ้นสุดการจัดงานมหกรรม ในเวลา 16.00 น.

นอกจากนี้ จากการสอบถามโรงแรมใน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ทราบว่า มีการจองห้องพักเต็มตลอด 3-4 วัน ในช่วงระหว่างการจัดงาน โดยเป็นการจองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

น.ส.รุ้งนภา มโนบาล อายุ 39 ผู้จัดการแผนกต้อนรับและบริการลูกค้า โรงแรมบุรีเทล เปิดเผยว่า ปกติในช่วงสุดสัปดาห์ในช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาด จะมีลูกค้าเข้าพักน้อย นอกจากจะมีการจัดงานกิจกรรม

“ถ้าเป็นช่วงนี้ที่พักเกือบเต็ม เพราะคลายล็อกแล้ว ให้อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ไม่ได้ตึงเครียดมาก มีลูกค้าเข้าพักแบบระยะยาว ทำให้เริ่มอุ่นใจมากขึ้น มีลูกค้ามาดูงาน มีกิจกรรมในจังหวัด อย่างเช่นวันนี้ ห้องพักเรามีทั้งหมด 79 ห้อง ก็เต็มทั้งหมด

คนที่มาเข้าพัก จะเริ่มจองตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการจองเผื่อเอาไว้ โดยส่วนมากจะจองผ่านเว็บไซต์ อโกด้า (Agoda) มากกว่าจองแบบวอล์กอิน (Walk in) เพราะลูกค้าจะทราบแล้วว่าห้องพักของทางโรงแรมเต็ม ลูกค้าส่วนใหญ่จะสะดวกในการจองผ่านเว็บไซต์มากกว่า โดยลูกค้าที่เข้ามาพักส่วนมากจะเป็นลูกค้าที่มาดูงาน มหกรรมกัญชากัญชงฯ เป็นแพทย์แพทย์ไทยส่วนใหญ่ ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ที่มา สนามช้างฯ เซอร์กิต โดยลูกค้าที่มาจองเพื่อไปงานนี้ จะจองระยะยาวที่สุดเป็นเวลา 4 คืน ตั้งแต่ วันที่ 3 -7 มีนาคม และมีจองวันที่ 4 – 8 ในช่วงกิจกรรมงานกัญชา

“รู้สึกว่าลูกค้าสนใจมากกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วยังจำได้อยู่ว่าไมได้เยอะขนาดนี้ ยังไม่ได้มีความสนใจมาก แต่ตอนนี้เยอะมาก ที่เช็กดู 90 เปอร์เซ็นต์ จะมางานกัญชากัญชง เพราะโรงแรมของเราอยู่ห่างจากงานประมาณ 10 นาที” น.ส.รุ้งนภากล่าว

ขณะที่ ผู้ประกอบการร้านอาหารในงานต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สินค้าที่เตรียมมาขาย มีไม่เพียงพอจำหน่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ต้องเร่งหาสินค้ามาเพิ่มขึ้นอีกตั้งแต่วันแรกที่ออกบูธ

นายร่มพฤกษ์ ละมุน อายุ 23 ปี ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนเกษตรนอกกรอบเพื่อรอยยิ้มที่ยั่งยืน ตำบลเมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ที่ร้านค้าวิสาหกิจของ มีของกินทั้ง ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟผสมกัญชา รสมัืทฉะกัญชาและรสนมฮอกไกโด นอกจากนี้ยังมีชาอู่หลงที่มีส่วนผสมของใบกัญชา, ชาไต้หวันและเมนูพิเศษคือ เลมอนเนดกัญชา ประเภทเบเกอรี่ มีคุกกี้กัญชา นอกจากนี้ ยังมีน้ำตาลอ้อยกัญชา และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกัญชา เช่น น้ำมันกัญชา

“เมนูที่คนสนใจเป็นพิเศษคือไอศกรีมกัญชา เพราะเราทำสูตรพิเศษ ในอนาคตจะเปิดเป็นแฟรนไชส์ด้วย โดยเราได้รับใบอนุญาต จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรนอกกรอบเพื่อรอยยิ้มที่ยั่งยืน โดยตรง ถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มต้นทำผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2563 สำหรับงานมหกรรมครั้งนี้ ถือว่าเป็นการออกบูธครั้งแรกของวิสาหกิจเรา

“ส่วนตัวมองภาพรวมการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการเปิดให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของกัญชา ซึ่งมีทั้งการนำมาแปรรูป จากเดิมมีแค่การปลูกทำยา ก็ทำให้มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการใช้กัญชา-กัญชงทางด้านการแพทย์เพียงอย่างเดียว สามารถเพิ่มราคาขายได้อย่างมากเมื่อมีกัญชาเข้ามาเป็นส่วนผสม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้เยอะมาก ที่นี่มีไอเดีย มีโมเดลหลายอย่างให้เลือกดูตามความสนใจได้ฟรี” นายร่มพฤกษ์กล่าว

อย่างไรก็ดี สำคัญที่สุดคือกระแสตอบรับจากประชาชน ที่มีความตื่นตัวอย่างมาก หลายคนเช่ารถเพื่อเดินทางมา จ.บุรีรัมย์ จองห้องพักเพื่อมาเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ เสียงสะท้อนจากผู้ที่เข้าร่วมงาน ระบุว่า เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ทำให้คนรู้จักจังหวัดบุรีรัมย์มากขึ้น พร้อมกันนี้ ยังทำให้คนที่สนใจปลูกกัญชา กัญชง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าได้มาเจอกัน ทำความรู้จักเพื่อต่อยอดในธุรกิจอนาคตได้ และหลายเสียงก็ให้คำแนะนำว่า ขณะนี้ทุกคนทราบกันดีกว่า บุรีรัมย์เป็นเมืองหลวงของกัญชา ที่ช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน ดังนั้น ควรกระจายงานมหกรรมกัญชาฯ ออกไปในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อให้มีการส่งเสริมการปลูกพืชกัญชาและกัญชงอย่างถูกกฎหมาย เพื่อต่อยอดทางการแพทย์และเศรษฐกิจ ให้ประชาชนได้เข้ารับการรักษาฟรี โดยบางส่วนเรียกร้องให้มีการจัดมหกรรมฯ ครั้งต่อไป ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี อีกด้วย

นางวันดี ฝักเจริญผล อายุ 67 ปี ประชาชนที่เข้ารับการรักษาในคลินิกกัญชา เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เพราะทราบข่าวจากโซเซียลมีเดีย จึงชวนลูกที่เป็นแพทย์มาด้วย ซึ่งการจัดงานมีความสะดวก มีที่จอดรถเยอะ ตนได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการความรู้ต่างๆ ลองชิมอาหาร ชาจากกัญชา และเข้ารับการปรึกษาในคลินิกกัญชาฯ เพราะเมื่อเริ่มเข้าอายุ 67 ปี ก็เริ่มมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นระหว่างคืน เช่น นอน 4 ทุ่มก็จะตื่นช่วงเที่ยงคืน ลุกมาปัสสาวะ แต่กว่าจะหลับได้อีกครั้งใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง และเมื่อหลับไม่สนิท ตื่นเช้าก็จะไม่สดชื่น

“เมื่อตอนเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัด ครั้งนานมาแล้ว แต่ละบ้านก็ปลูกไว้ 2-3 ต้น เคยลองเอาใบกัญชาสดมาต้มกับน้ำกิน ก็ทำให้นอนหลับได้ แล้วก็เอาไปใส่ก๋วยเตี๋ยว ก็ทำให้รสชาติดีขึ้น น้ำซุปกลิ่นหอม ไม่มีอันตรายหรือเป็นการเสพติดอะไร ส่วนตัวคิดว่าการนำมาใช้เพื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ผู้ป่วยระยะสุดท้ายก็นำยากัญชามาทำให้นอนหลับ รับประทานอาหารได้มากขึ้น เป็นของดีของคนไทย” นางวันดีกล่าว

นางวันดีกล่าวอีกว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก เพราะคนที่มางานก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่าควรใช้กัญชาอย่างไรให้ถูกต้อง มีข้อระวังอย่างไร ขณะที่ตลาดมีความต้องการใช้มากขึ้น ภายในงานก็มีความรู้ให้ประชาชน ในการปลูก ก็อยากให้มีการจัดงานอีกกระจายไปทั่วประเทศ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะจัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีด้วย เพื่อให้คนจากหลายๆ จังหวัดเดินทางมาร่วมงานได้

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง