กำแพงพิงหลัง ของคนที่ไม่มีที่พิง เปิดเกณฑ์ “ครอบครัวอุปการะ” ร่วมดูแลคนไร้ที่พึ่ง

“สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน”
การแก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่งถือเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เนื่องจากสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำและการเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง คือจุดเริ่มต้นของการตั้งหลักชีวิต สร้างอาชีพ และกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน
“โครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจอนุบัญญัติกฎหมายการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง: สวัสดิการที่อยู่อาศัยและสวัสดิการครอบครัวอุปการะ” โดยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร รวมทั้งกระทรวงพม. ได้ปรับบทบาท ครั้งสำคัญ จาก “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” ภายใต้เป้าหมาย “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยเน้นการทำงานเชิงระบบ เชื่อมโยงข้อมูลเทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาซ้ำเดิม
สังคมสูงวัย อัตราการเกิดลดลง ภาระพึ่งพิงที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งสังคมสูงวัย อัตราการเกิดลดลงและภาระพึ่งพิงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความมั่นคงของครัวเรือน ขณะเดียวกันยังมีประชาชนจำนวนมากต้องการโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการ และจากข้อมูลสำรวจคนไร้บ้าน พบว่ามีประมาณ 2,499 คน โดยเกือบร้อยละ 40 เป็นกลุ่มที่เพิ่งเข้าสู่ภาวะไร้บ้านไม่เกิน 2 ปี ซึ่งสามารถ “พลิกชีวิต” ได้ หากได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและตรงจุด
เดินหน้ามาตรการสำคัญ 2 กลไกหลัก ดูแลกลุ่มเปราะบาง
นายนิกร ระบุว่า ปี 2569 จะเป็น “จุดเปลี่ยน” ของการแก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่ง โดยเชื่อมโยงกับนโยบายสำคัญ 8 ด้าน โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย สร้างความมั่นคงพื้นฐานให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพด้านครอบครัวและชุมชน ใช้กลไก “ทีมสร้างสุข” และชุมชนเข้มแข็งในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ด้านข้อมูลและเทคโนโลยี ใช้ฐานข้อมูลและ Social Map เพื่อเข้าถึงปัญหาอย่างแม่นยำและรวดเร็ว พร้อมเดินหน้ามาตรการสำคัญ 2 กลไกหลัก ได้แก่
1) สวัสดิการที่อยู่อาศัย
ตั้งหลักชีวิตอย่างมั่นคง รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายโดยตรง เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ได้แก่ ค่าเช่าที่พัก ไม่เกิน 1,500 บาท/เดือน ค่าน้ำ–ค่าไฟ ไม่เกิน 500 บาท/เดือน ค่าเครื่องนุ่งห่มและเครื่องนอน ไม่เกิน 2,000 บาท/คน พร้อมสนับสนุนภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
2) สวัสดิการครอบครัวอุปการะ
ฟื้นฟูด้วยพลังครอบครัวและชุมชน ส่งเสริมให้คนไร้ที่พึ่งได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบครอบครัว โดยรัฐสนับสนุน 5,000 บาทต่อเดือนต่อครอบครัว เพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิด ลดความโดดเดี่ยว และสร้างความอบอุ่นทางสังคม
“คนไร้บ้านในไทย: เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม” “ชีวิตจริง” ของผู้คนที่กำลังเผชิญความยากลำบาก
ข้อมูลจาก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ระบุว่า “คนไร้บ้านในไทย: เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม” วันนี้ในประเทศไทย มีคนไร้บ้านอย่างน้อย 2,499 คน ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือ “ชีวิตจริง” ของผู้คนที่กำลังเผชิญความยากลำบากในทุกวัน
จังหวัดที่พบคนไร้บ้านมากที่สุด
- กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นอันดับ 1 มากถึง 50.86%
- รองลงมาคือ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น กาญจนบุรี นครราชสีมา และสงขลา
แนวโน้มสถานการณ์
จำนวนคนไร้บ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก่อนจะลดลงในปีล่าสุด แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่า “ปัญหานี้ยังไม่จบ”
คนไร้บ้านเป็นใคร?
- ส่วนใหญ่เป็น เพศชาย (82.5%)
- อายุหลักอยู่ในช่วง 40–59 ปี (56.8%) หรือวัยทำงานที่ควรมีความมั่นคง
- มีทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุปะปนกันในสังคมเดียวกัน
สภาพความเป็นอยู่
- กว่า ครึ่งหนึ่ง (52.5%) ไม่มีที่พักอาศัยชัดเจน
- บางส่วนอยู่ในที่สาธารณะหรือที่พักชั่วคราว
- หลายคนมีปัญหาสุขภาพ หรือขาดโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐาน
เปิดเกณฑ์ “ครอบครัวอุปการะ” ชวนร่วมดูแลคนไร้ที่พึ่ง ภาครัฐสนับสนุนเงิน 5,000 บาท/คน/เดือน
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคมตามนโยบายของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยล่าสุดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีประกาศหลักเกณฑ์ “การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ” เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น “ที่พึ่ง” ให้กับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
คุณสมบัติผู้รับอุปการะ
โดยผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ
- อายุ 20 ปีขึ้นไป
- มีสัญชาติไทย
- สุขภาพแข็งแรง
- ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง
- มีความประพฤติเหมาะสม
- มีที่อยู่อาศัยและความพร้อมในการดูแล
- ไม่มีพฤติกรรมรุนแรง
- สามารถทุ่มเทเวลาเอาใจใส่ผู้รับการอุปการะได้อย่างต่อเนื่อง
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
- รัฐบาลสนับสนุนค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาทต่อคนต่อเดือน
- จัดนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน
- ให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ยื่นคำขอได้ที่
สำหรับผู้สนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานคุ้มครองต่าง ๆ ของรัฐ
นอกจากนี้ พม. ยังเปิดสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
“กระทรวง พม. ต้องเป็น ‘กำแพงพิงหลัง’ ของคนที่ไม่มีที่พิง และจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง การช่วงส่งเสริมให้คนไร้บ้านหรือคนไร้ที่พึ่ง มีที่พักอาศัย จะเสริมโอกาสในการมีอาชีพ และสร้างสภาพสังคมที่ดีขึ้นในองค์รวม” นายนิกร ระบุ
ข้อมูลอ้างอิงจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ / กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
