คลังย้ำ"ไทยช่วยไทยพลัส"ช่วยรายเล็กก่อน

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีประเด็นข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการบางในสมาคมภัตตาคารไทย ที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาท และมองว่าตนเองเสียภาษีแต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส 60:40 จนมีกระแสข่าวว่าอาจจะตัดสินใจออกจากระบบภาษีนั้น
นายวินิจ กล่าวว่า โครงการนี้ถูกออกแบบมาโดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย 2 มิติหลัก คือ 1.การกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลร้านค้าขนาดเล็ก ในภาวะที่ราคาน้ำมันส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นและกำลังซื้อลดลง
2.มาตรการนี้จะช่วยพุ่งเป้าไปที่ร้านค้ารายย่อยจริงๆ เช่น ร้านค้าตามตลาด หรือกลุ่มผู้หาเช้ากินค่ำ เพื่อไม่ให้อาชีพของคนกลุ่มนี้ต้องหายไปจากระบบ ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องเลือกช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดก่อน
ส่วนมาตรการอื่นสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รัฐบาลได้มีการออกระเบียบช่วยเหลือด้านสินทรัพย์และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) มารองรับล่วงหน้าแล้วก่อนหน้านี้ และมนอนาคตอาจจะมีมาตรการมาช่วยเหลือเพิ่มเติม
ขณะที่ส่วนของระบบ ฟู้ดเดลิเวอรี (Delivery) ที่มีการผูกบัญชีร้านค้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส"ใช้งานจริงในวันที่ 15 ที่จะถึงนี้ กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่าจากจำนวนผู้ใช้บริการที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตามกลไกตลาด จะช่วยดึงดูดให้ร้านค้าต่างๆ สนใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น
สำหรับปัจจุบันมีร้านค้ารายเดิมและรายใหม่ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสำเร็จแล้ว 1.01 ล้านร้านค้า มีการใช้จ่ายในโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้วมากกว่า 23.65 ล้านบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
