รีเซต

ผกก.สภ.โพนสวรรค์ แจงคลิป รอง ผกก.ถอดเสื้อเมากร่าง เรื่องเข้าใจผิด แต่ตั้ง กก.สอบแล้ว

ผกก.สภ.โพนสวรรค์ แจงคลิป รอง ผกก.ถอดเสื้อเมากร่าง เรื่องเข้าใจผิด แต่ตั้ง กก.สอบแล้ว
มติชน
10 พฤศจิกายน 2565 ( 20:37 )
76
ผกก.สภ.โพนสวรรค์ แจงคลิป รอง ผกก.ถอดเสื้อเมากร่าง เรื่องเข้าใจผิด แต่ตั้ง กก.สอบแล้ว

ผกก.สภ.โพนสวรรค์ แจงคลิป รอง ผกก.ถอดเสื้อเมากร่าง เป็นการเข้าใจผิด ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เป็นการพูดคุยกันในกลุ่ม ไม่มีผู้เสียหาย ยันทำตามระเบียบหากพบผิดลงโทษทางวินัย เจ้าตัวยันมีคนไม่หวังดีนำภาพไปโพสต์ ไม่อยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่ และไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร เพียงเข้าไปห้ามวัยรุ่นที่จะก่อเหตุหลังเลิกงานลอยกระทง

 

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เปิดเผยว่า กรณีมีคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกมาเผยแพร่ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าบุคคลในคลิปคือ พ.ต.ท.ปริญญา อุ่นตา รอง ผกก.สืบสวน วันเกิดเหตุเป็นงานวันลอยกระทงของบ้านนาหัวบ่อ ต.นาหัวบ่อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม แต่ไม่ได้อยู่ในการปฏิบัติหน้าที่

 

พ.ต.อ.ศรีนครกล่าวว่า สอบถามเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกับชาวบ้าน แต่หลังเลิกงานมีกลุ่มวัยรุ่น กำลังจะก่อเหตุทำร้ายร่างกายกัน จึงเข้าไปห้าม ตักเตือน ไม่รู้ว่ามีคนแอบถ่ายคลิปไปเผยแพร่ ส่วนกรณีถอดเสื้อไม่ใช่พฤติกรรม เป็นช่วงกำลังจะเปลี่ยนเสื้อที่ทีมงาน ขี่รถจักรยานยนต์วิบากที่เป็นเพื่อนกันในกลุ่มจะนำมาให้สวมใส่ จึงเตรียมจะเปลี่ยนเสื้อ ประจวบเหมาะกับมีคนถ่ายคลิปไปเผยแพร่ ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากมีความผิดยืนยันว่าดำเนินตามระเบียบทางราชการอย่างแน่นอน

 

 

ด้าน พ.ต.ท.ปริญญาชี้แจงว่า เป็นการเข้าใจผิด ส่วนภาพออกมาไม่เหมาะสมเรื่องการถอดเสื้อนั้น เป็นช่วงระหว่างจะถอดเสื้อพอดี เพื่อสวมเสื้อชุดทีมรถจักรยานยนต์วิบากที่ทีมงานนำมาให้ และกำลังจะเลิกจากงานลอยกระทง ประจวบเหมาะมีคนมาถ่ายคลิปนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่าไม่ได้หาเรื่องใครและไม่ได้อยู่ในเวลาราชการ ไม่ปฏิบัติหน้าที่

 

พ.ต.ท.ปริญญากล่าวต่อว่า ส่วนคนที่เอาภาพไปโพสต์ ไม่อยากสาวความต่อ ไม่ขอเอาผิด แต่อยากให้พิจารณาว่าสิ่งไหนควรนำไปโพสต์ หรือนำไปเผยแพร่ เพราะให้ดูจากคลิปตนไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร ส่วนการดื่มเหล้ามีเล็กน้อย แต่ไม่ได้เมาจนขาดสติ หากผู้บังคับบัญชาประสงค์จะรักษาภาพลักษณ์องค์กรจะต้องพิจารณาความผิดบุคคลที่นำคลิปไปเผยแพร่อีกที

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง