รัสเซียสร้าง “โดรนนกพิราบ” ผ่าสมองเพื่อควบคุม อ้างราคาพอ ๆ กับโดรนทั่วไป !?

Neiry (ไนรี) สตาร์ทอัพจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เปิดตัวโครงการ PJN-1 เทคโนโลยี “ไบโอโดรน” (Bio-drone) ที่อ้างว่าสามารถควบคุม “นกพิราบ” ซึ่งถูกฝังอิเล็กโทรดในสมองจากระยะไกล ให้บินตามเส้นทางที่กำหนด และบินกลับฐานตามที่สั่งได้
PJN-1 คืออะไร ?
บริษัทระบุว่า PJN-1 คือเทคโนโลยี “ไบโอโดรน” (Bio-drone) หรือเทคโนโลยีที่ผสานระหว่างชีววิทยาและหุ่นยนต์เข้าด้วยกัน จนเริ่มทำให้เส้นแบ่งระหว่างสัตว์กับ เครื่องจักรเลือนรางลง
โดยความพิเศษของ PJN-1 คือการเปลี่ยนจากการฝึกสัตว์ให้เชื่อฟัง มาเป็นการผ่าตัดสมองเพื่อควบคุมสัตว์แทน ในโครงการนี้ บริษัทอ้างว่า แพทย์จะทำการผ่าตัดสมองของนกพิราบ เพื่อติดตั้งอิเล็กโทรด หรือตัวรับส่งสัญญาณไฟฟ้าขนาดเล็กลงในสมอง
อิเล็กโทรดเหล่านี้จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระตุ้นสัญญาณไฟฟ้าขนาดเล็กที่ติดอยู่บนหัวของนก เพื่อกระตุ้นสมองและชี้นำทิศทางการเคลื่อนไหว เช่น การเลี้ยวซ้ายหรือขวา โดยอุปกรณ์เสริมทั้งหมดจะถูกบรรจุอยู่ในกระเป๋าบนหลังของนก ประกอบไปด้วย ตัวควบคุมระบบ อุปกรณ์นำทางและติดตามตำแหน่งด้วย GPS แผงโซลาร์เซลล์สำหรับจ่ายพลังงาน และกล้องขนาดเล็กที่ติดไว้ยังบริเวณหน้าอก
ส่วนการควบคุมจะทำจากศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน เช่นดียวกับโดรนทั่วไป โดยสามารถติดตามตำแหน่งนกได้แบบเรียลไทม์
ทั้งนี้บริษัทยังอ้างว่า หลังการผ่าตัด นกพิราบสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการฝึกพฤติกรรมเพิ่มเติมแต่อย่างใด รวมอัตราการรอดชีวิตของนกพิราบหลังผ่าตัดฝังอิเล็กโทรดคือ 100% แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยัน หรือข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินจากหน่วยงานอิสระภายนอกใด ๆ เผยแพร่ออกมา นอกจากข้อมูลที่บริษัทเผยแพร่เองเท่านั้น
จุดเด่นของ “โดรนนกพิราบ”
Neiry (ไนรี) เผยว่า การใช้นกพิราบเป็นโดรน มีข้อได้เปรียบเหนือการใช้โดรนบิน ในบางสถานการณ์ โดยนกพิราบสามารถบินได้ไกลสูงสุดประมาณ 480 กิโลเมตรต่อวัน โดยไม่ต้องลงจอดเพื่อเปลี่ยนหรือชาร์จแบตเตอรี่ สามารถบินผ่านภูมิประเทศซับซ้อน บินลอดช่องแคบ และทำงานในสภาพอากาศที่โดรนขนาดเล็กจำนวนมากไม่สามารถขึ้นบินได้
และในทางเทคนิค นกไม่ต้องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เหมือนโดรน และยังสามารถปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านน่านฟ้า สำหรับอากาศยานไร้คนขับได้
ทาง Neiry (ไนรี) ยืนยันว่า โดรนนกพิราบถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพลเรือนเป็นหลัก อาทิ การตรวจสอบท่อส่งน้ำมันและก๊าซ, การตรวจสอบเขตอุตสาหกรรม, การเฝ้าระวังและตรวจสอบสายส่งไฟฟ้า, การสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ทุรกันดารหรือเข้าถึงยาก เป็นต้น
ไม่ได้มีแค่นกพิราบ แต่เตรียมใช้กับนกหลายชนิด
Alexander Panov (อเล็กซานเดอร์ พานอฟ) ผู้ก่อตั้ง Neiry (ไนรี) เปิดเผยว่า นกพิราบเป็นเพียงก้าวแรกของเทคโนโลยีนี้เท่านั้น โดยบริษัทเชื่อว่าสามารถนำเทคโนโลยีเดียวกันนี้ไปใช้กับนกได้อีกหลายชนิด เพื่อให้เหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน
เช่น ใช้อีกาสำหรับบรรทุกอุปกรณ์ที่หนักในระยะทางใกล้ ๆ, ใช้นกนางนวล สำหรับการเฝ้าระวังบริเวณชายฝั่ง, หรือใช้นกอัลบาทรอส สำหรับภารกิจในทะเลเปิดและพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ เพราะตราบใดที่นกสามารถรับน้ำหนักของอุปกรณ์ได้ หลักการฝังอุปกรณ์ในสมองจะยังคงเหมือนกับนักพิราบทุกประการ
โดรนนกพิราบ ที่ยังเป็นเพียงแค่ “คำบอกเล่า ?”
ในขณะนี้ Neiry (ไนรี) ยังไม่ประกาศวันวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ หรือราคาของระบบ PJN-1 อย่างเป็นทางการ โดยบริษัทระบุเพียงแค่ว่า ต้นทุนการสร้างไบโอโดรนมีระดับใกล้เคียงกับการสร้างโดรนไร้คนขับทั่วไป แต่มีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ และสามารถบินได้ไกลกว่า เมื่อเทียบเป็นวันต่อวัน
และจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ ยังมีเพียงคำแถลงของบริษัท และรายงานการทดสอบยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ที่ระบุว่าเมื่อช่วงปลายปี 2025 โดรนนกพิราบสามารถบินตามเส้นทางที่ตั้งไว้ล่วงหน้า และบินกลับฐานได้แล้ว แต่ยังไม่มีการสาธิตเชิงสาธารณะหรือการรับรองจากสถาบันอิสระอื่น ๆ แต่อย่างใด
นอกเหนือจากประเด็นด้านเทคโนโลยีแล้ว โครงการ PJN-1 ยังจุดกระแสถกเถียงด้านจริยธรรมและความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องการนำสัตว์มีชีวิตมาใช้เป็นโดรนควบคุมจากระยะไกล
คำถามสำคัญคือ ขอบเขตความเหมาะสมในการฝังอุปกรณ์เข้าไปในสมองสัตว์เพื่อวัตถุประสงค์ด้านเทคโนโลยี ควรอยู่ตรงไหนในยุคที่เทคโนโลยีโดรน และระบบเฝ้าระวังกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการมองโลกจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
แหล่งที่มา : Interestingengineering
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
