รีเซต

จับตา 5 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 2024

จับตา 5 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 2024
TNN ช่อง16
14 ธันวาคม 2566 ( 12:27 )
158
จับตา 5 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 2024

เมื่อเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2023 และกำลังมุ่งหน้าสู่ปี 2024 วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็คืบหน้าตามไปด้วย ข่าวใหญ่ส่งท้ายปีคือการที่บริษัทอัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล (Google) เปิดตัวโมเดลภาษาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ชื่อเจมิไน (Gemini) ซึ่งบริษัทอ้างว่ามันเก่งกว่า GPT-4 ของโอเพนเอไอ (OpenAI) เสียอีก


แน่นอนว่า AI ไม่ใช่เรื่องเดียวที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมมาก ๆ ในปี 2024 ในภาคส่วนเทคโนโลยียังมีอีกหลายเรื่อง ดังนั้น TNN Tech จะพามาดูเทรนด์เทคโนโลยีที่น่าจับตาดูในปี 2024 นี้



1. Generative AI 

2023 เป็นปีที่ช่วยย้ำเตือนกับผู้คนว่า Generative AI มีประโยชน์มากมายแค่ไหน และหลายคนก็น่าจะเริ่มใช้ AI เพื่อช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ บ้างแล้ว รวมถึงการที่บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้รวม AI เข้าไปในแอปพลิเคชั่นที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เสิร์ซเอนจิ้น (เช่นบิง (Bing) ของไมโครซอฟต์ (Microsoft) ที่รวม ChatGPT เข้าไปด้วยเพื่อช่วยในการค้นหาต่าง ๆ) ไปจนถึงซอฟต์แวร์สำนักงาน (เช่นโฟโตชอป (Photoshop) ที่หลายคนอาจประทับใจกับวิธีการที่มันช่วยเติมพื้นหลังรูปภาพที่สวยงามและเป็นธรรมชาติมาก) สิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์ตระหนักถึงขีดความสามารถของ AI และมองมันเป็นเรื่องปกติมากขึ้น 


เราจะพบว่าเมื่อให้ AI ช่วยจัดการงานต่าง ๆ ตั้งแต่การร่วมระดมความคิด การจัดการตารางงาน การจัดการข้อมูลต่าง ๆ มันจะทำให้เราพบว่ามีเวลามากขึ้นในการยกระดับทักษะด้านอื่น ๆ เช่น ใช้เวลาในการคิดสร้างสรรค์สิ่งอื่นมากขึ้น สำรวจแนวคิดใหม่ ริเริ่มทำสิ่งใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีความท้าทายในเรื่องจริยธรรมและกฎระเบียบที่ยังคงต้องได้รับการแก้ไข แต่ในปี 2024 นี้ น่าจะเป็นปีที่มนุษย์เริ่มเข้าใจใน AI มากขึ้น และเริ่มตระหนักว่ามันส่งผลต่อชีวิตของเราอย่างไร จนนำไปถึงการผลักดันให้เกิดกฎระเบียบที่มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น


ทั้งนี้ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นอย่าง การ์ทเนอร์ (Gartner) คาดการณ์ว่าในปี 2024 องค์กรต่าง ๆ จะใช้ AI ในการทำงานภายในองค์กรประมาณ 40% เพิ่ม 5% จากปี 2020 การเติบโตนี้ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอนาคต


2. การบรรจบกันทางด้านกายภาพ - ดิจิทัล

โลกกายภาพของเรา กับโลกทางดิจิทัล จะมีความเกี่ยวพันกันมากขึ้น ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่าง ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality : AR) ความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality : VR) และอินเทอร์เน็ต เช่น เรามีอวตารที่อาศัยอยู่ในออฟฟิศเสมือน ในขณะที่ติดต่องานกับเพื่อนร่วมทีมผ่านโปรแกรมซูม (Zoom) ทีมส์ (Teams) สแล็ค (Slack) หรือการที่เราใช้ติ๊กต่อก (Tiktok) หรืออินสตาแกรม (Instagram) เพื่อสร้างพื้นที่และบุคลิกดิจิทัล ที่กลายเป็นเหมือนตัวตนเสมือนของเรา


ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยังมีแนวคิดที่เรียกว่าแฝดดิจิทัล ซึ่งเป็นการจำลองวัตถุจริงบนโลก ให้เป็นแบบจำลองทางดิจิทัล และมันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น การนำไปใช้ในด้านวิทยาศาสตร์จีโนมิกส์ ซึ่งจะสามารถคัดลอกองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต ขึ้นไปเป็นแบบจำลองบนดิจิทัล จากนั้นศึกษาและทดลองในโลกเสมือน เพื่อประโยชน์ เช่น การสร้างยาที่ช่วยรักษาโรคได้


ในปี 2024 นี้ เทคโนโลยีน่าจะมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก และทำให้โลกจริงและโลกเสมือนเชื่อมโยงกันมากขึ้น


3. เทคโนโลยียั่งยืน

โลกเรากำลังประสบปัญญาภาวะโลกร้อน ในขณะที่บริษัทและประเทศต่าง ๆ กำลังร่วมมือกันแก้ปัญหาผลกระทบจากเทคโนโลยี เช่น บริษัทแอปเปิล (Apple) ผู้ผลิตไอโฟนตั้งเป้าหมายที่จะมีความเป็นกลางทางคาร์บอน 100% ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน Google ก็ตั้งเป้าที่จะให้ศูนย์เก็บข้อมูลและออฟฟิศปลอยคาร์บอนภายในปี 2030 เช่นกัน ดังนั้นเทคโนโลยียั่งยืน จึงจะยังเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญของโลกในปี 2024 ซึ่งนั่นรวมถึงเรื่องที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปีนี้ อย่างเช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เช่น การกักเก็บคาร์บอน เทคโนโลยีพลังงานสีเขียวและพลังงานหมุนเวียน เศรษฐกิจหมุนเวียนจะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยจะได้รับการจัดการตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ จนกระทั่งสิ้นอายุการใช้งาน และการรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า 


ความท้าทายในปี 2024 คือผู้ผลิตจะต้องพัฒนาวิธีการที่ยั่งยืนมากขึ้น ตั้งแต่การจัดการวัสดุที่จำเป็นในการผลิต รวมไปถึงการจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น โครงสร้างเรื่องสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 


ทั้งนี้ข้อมูลของบริษัทสถิติอย่างสตาติสตา (Statista) ชี้ว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีสีเขียวในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นจาก 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2019 เป็น 8.34 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024


4. ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์

ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความก้าวหน้าและซับซ้อนมากขึ้น โดยผลการวิจัยจากบริษัทผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างโซเซฟ (Sosafe) ชี้ว่า 1 ใน 2 ของธุรกิจนั้นตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางไซเบอร์ และความเสียหายของการคุกคามนี้ก็จะพุ่งขึ้นสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 356 ล้านล้านบาท ภายในสิ้นปี 2024 ดังนั้นเพื่อรับมือกับปัญหานี้ จึงจะมีการพัฒนาโซลูชันเพื่อป้องกันภัยเหล่านี้


ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ เป็นมากกว่าการป้องกันภัยคุกคามทางไวเบอร์ เพราะนี่รวมไปถึงการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยคุกคามที่เกินควบคุมจริง ๆ ด้วย ถือเป็นนโยบายเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และมีความเสียหายน้อย ซึ่งวิธีการในการสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ก็อาจจะรวมไปถึงการนำ AI และแมชชีนเลิร์นนิงเข้ามาช่วย รวมถึงโปรโตคอลความต่อเนื่อง และกลยุทธ์การแก้ไขความน่าเชื่อถือขององค์กรผ่านข่าวประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ


5. คอมพิวเตอร์ควอนตัม

คอมพิวเตอร์ควอนตัมถือเป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในปี 2024 น่าจะมีความก้าวหน้าขึ้น โดยอาจสร้างประโยชน์ที่มีรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้คอมพิวเตอร์ควอนตัมนับว่ามีความสามารถในการคำนวณข้อมูลมหาศาลไปพร้อมๆ กัน โดยการใช้องค์ประกอบที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์ของฟิสิกส์ควอนตัม ทำให้มันถือเป็นสิ่งที่น่าจับตามองมาก


ในปี 2024 คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจไม่ได้เข้าไปช่วยงานทุกงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล แต่อาจนำไปใช้ในหลายสาขาที่ต้องใช้การประมวลผลหนัก ๆ เช่น การค้นพบยา การจัดลำดับจีโนม การเข้ารหัส อุตุนิยมวิทยา วัสดุศาสตร์ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบที่ซับซ้อน เช่น การจราจรในเมืองใหญ่ หรือแม้กระทั่งการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก


ทั้ง 5 เทคโนโลยีนี้ น่าจะเป็นเทรนด์ที่จะโดดเด่นมาก ๆ ในปี 2024 และน่าจะเข้ามาทำให้เทคโนโลยีของเราก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองกันต่อไป


ที่มาข้อมูล ForbesExclaimer

ที่มารูปภาพ Gettyimages, MIT, Pexels, Apple

ข่าวที่เกี่ยวข้อง