หุ่นยนต์แม่บ้าน Tau Robotics ชม.ละพัน แลกข้อมูลส่วนตัว-เสี่ยงแฮกข้อมูล

อัปเดตวงการเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในสหรัฐอเมริกา ล่าสุดบริษัท Tau Robotics สตาร์ตอัปดาวรุ่งที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 โดย 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ของระบบสมองกล Alexander Koch และ Cornelia Weinzierl ได้เปิดตัวบริการหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ทำความสะอาดบ้านรายแรกของประเทศอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนที่ผ่านมา ณ นครซานฟรานซิสโก โดยเน้นบริการทำความสะอาดบ้านจริง ๆ ไม่ใช่แค่โชว์ตัว
บริการนี้กลายเป็นกระแสไวรัลทันทีหลังจาก CEO ประกาศเปิดตัวผ่านโซเชียลมีเดีย X ซึ่งมียอดเข้าชมทะลุ 1.7 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยอัตราค่าบริการที่ถูกจนน่าเหลือเชื่อเพียง 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง หรือประมาณ 1,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าค่าแรงของแม่บ้านที่เป็นมนุษย์ในซานฟรานซิสโกซึ่งปกติจะอยู่ที่ 150 ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,970-9,940 บาท
เบื้องหลังหุ่นยนต์แม่บ้านใช้มนุษย์ควบคุมระยะไกลผสม AI
แม้ภาพจำของคนทั่วไปจะคิดว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ทำงานด้วยระบบสมองกลอัจฉริยะแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ แต่ในความเป็นจริง เทคโนโลยี AI ปัจจุบันยังไม่สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและไร้ระเบียบภายในบ้านได้อย่างสมบูรณ์
บริษัท Tau Robotics จึงเลือกใช้แนวทางแบบไฮบริด (Hybrid) ด้วยการนำหุ่นยนต์รุ่น Unitree G1 ที่ผลิตในประเทศจีน ซึ่งมีความสูงประมาณ 4.3 ฟุต และหนัก 77 ปอนด์ มาทำหน้าที่เป็นร่างกายภาพในการทำงานบ้านพื้นฐาน เช่น กวาดพื้น ถูพื้น เช็ดเคาน์เตอร์ครัว และเก็บขยะ โดยมีพนักงานควบคุมที่เป็นมนุษย์ (Remote Operator) นั่งทำงานอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการในซานฟรานซิสโก คอยควบคุมทิศทางและการทำงานของหุ่นยนต์ผ่านกล้องที่ติดตั้งไว้บนหัวและข้อมือของหุ่นยนต์ตลอดเวลาการให้บริการ โดยทางบริษัทกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีผู้ใหญ่อยู่ในบ้านด้วยตลอดเวลาที่หุ่นยนต์ทำงาน
ราคาที่จ่ายด้วยความเป็นส่วนตัว
แม้ว่าราคาค่าบริการที่ถูกเป็นพิเศษนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะบริษัท Tau Robotics มีโมเดลธุรกิจที่ต้องการข้อมูลเชิงปฏิบัติการ เป็นสิ่งตอบแทนหลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทระบุไว้อย่างชัดเจนว่า กล้องบนหุ่นยนต์จะบันทึกภาพวิดีโอ ข้อมูลมิติพื้นที่ และทุกคำสั่งควบคุมภายในบ้านของลูกค้าโดยไม่มีการเบลอใบหน้าผู้ที่อยู่ในบ้าน ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกจัดเก็บไว้ตลอดไปเพื่อนำไปใช้เทรนโมเดล AI ให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้เองในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าที่ใช้บริการจะต้องยินยอมมอบสิทธิ์การใช้งานวิดีโอ (License) แบบถาวร ทั่วโลก และไม่มีค่าลิขสิทธิ์ให้แก่บริษัท ซึ่งสิทธิ์นี้จะยังคงอยู่แม้ว่าลูกค้าจะยกเลิกบัญชีไปแล้วก็ตาม และแม้ว่าลูกค้าจะสามารถขอให้ลบวิดีโอดิบได้ แต่ก็ไม่สามารถถอนข้อมูลที่ถูกนำไปใช้เทรน AI ไปแล้วออกมาจากโมเดลได้
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้ว Tau Robotics ยังต้องเผชิญกับมรสุมด้านกฎหมายและความปลอดภัยครั้งใหญ่ เนื่องจากในวันเดียวกับที่เปิดตัวบริการ 28 กรกฎาคม 2026 คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ได้ประกาศแบนหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์รุ่นใหม่จากจีน
เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งรวมถึงหุ่นยนต์รุ่น Unitree G1 ที่บริษัท Tau Robotics นำมาใช้งานด้วย แม้ว่าหุ่นยนต์ที่นำเข้ามาแล้วจะยังคงทำงานได้ตามกฎหมาย แต่ทว่านักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น "UniPwn" ซึ่งเป็นช่องโหว่ทางระบบบลูทูธที่เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุมระบบปฏิบัติการของหุ่นยนต์ได้จากระยะไกลในรัศมี 10 เมตร
รวมถึงรายงานจากบริษัท Alias Robotics ที่ระบุว่าหุ่นยนต์ Unitree G1 แอบส่งข้อมูลเซ็นเซอร์และวิดีโอกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีนเป็นระยะโดยไม่แจ้งให้ผู้ใช้ทราบ แม้จะดูล้ำแต่บริการหุ่นยนต์ลักษณะนี้ยังเป็นนวัตกรรมบริการที่น่าจับตามองว่า ผู้บริโภคยุคใหม่จะยอมแลกข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยภายในบ้านของตน เพื่อแลกกับความสะดวกสบายจากหุ่นยนต์แม่บ้านราคาประหยัดนี้หรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
