ปั้นพอร์ตดีรอดวิกฤติสงคราม ยกK-WealthPLUSเสริมแกร่ง

#บลจ.กสิกรไทย #ทันหุ้น-บลจ.กสิกรไทย ยกกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series สุดแกร่ง ควรใช้เป็น Core port เพราะทนต่อความผันผวน และมีการปรับพอร์ตรับกับเหตุการณ์ต่างๆ ทีเปลี่ยนไป ล่าสุดเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทย โดดรับเม็ดเงินฟันด์โฟลว์เข้าตลาด EM และเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ต่างประเทศ เสริมแกร่งผลตอบแทน
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บลจ.กสิกรไทย วางกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ไว้เป็นพอร์ตหลัก หรือ (Core port) แม้ในสถานการณ์ที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การรบระหว่างสหรัฐ กับอิสลามจะระอุร้อนแรงก็ตาม เนื่องจาก กลุ่ม K-WealthPLUS Series เป็นกองทุนผสมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์รับมือกับความผันผวน ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสในการสร้างผลกำไรจากการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย
“K-WealthPLUS Series ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก ทั้ง ทองคำ น้ำมัน การกระจายสินทรัพย์ลงทุนเช่นนี้ทำให้พอร์ตลงทุนไม่ผันผวนแรง แม้จะไม่ได้ทำผลตอบแทนหวือหวาเหมือนลงทุนในทองคำที่ทำผลตอบแทน 40-50% แต่ก็ในช่วงขาลงกองทุนก็ลงไม่แรงเช่นกัน”
นายวิน กล่าวต่อไปว่า กลุ่ม K-WealthPLUS Series มีผู้จัดการกองทุน และที่ปรึกษาอย่าง J.P. Morgan Asset Management คอยปรับพอร์ตให้เสมอเพื่อรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป เช่น ปัจจุบันที่เริ่มมีมุมมองบวกต่อหุ้นไทย กลุ่ม K-WealthPLUS Series ก็เริ่มกลับเข้ามาลงทุนเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยเข้าไปจากเดิมที่ไม่ได้ถือไว้เลย นอกจากนี้ก็มีการลดสัดส่วนตราสารหนี้ไทยลง และไปเพิ่มตราสารหนี้ต่างประเทศ เพราะเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า
“ตอนนี้เราเพิ่มสัดส่วนของหุ้นไทยมากขึ้น จากเดิมที่ไม่ได้ลงทุน เพราะเห็นแนวโน้มรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่จะตามมา รวมถึงเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ EM ซึ่งหุ้นไทยก็ได้อานิสงส์ในส่วนนี้เช่นกัน เราประเมินว่าเม็ดเงินฟันด์โฟลว์จะยังคงเข้ามาต่อเนื่องในปีนี้ ดังนั้นก็จะใช้จังหวะที่หุ้นปรับฐานทยอยลงทุน แต่ทั้งนี้ก็ยังคงเน้นกระจายลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ด้วย”
ส่วนหุ้นกลุ่มไหนที่เข้าไปลงทุนนั้น นายวิน มองว่ายังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ เป็นหุ้นคุณภาพ หุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่มีการจ่ายเงินปันผลดี
ขณะที่มุมมองของการรบกันทั้ง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่านนั้น นายวิน มองว่า สถานการณ์อาจจะยืดเยื้อ แต่ความรุนแรงคงจะไม่มากไปกว่านี้
นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์, CFA กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า กลุ่ม K-WealthPLUS Series เข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรือ Pain Point ของนักลงทุนที่ต้องการพอร์ตทนต่อทุกสภาวะตลาด และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตรงกับเป้าหมายที่คาดหวัง
“เราพบว่าปัญหาของนักลงทุนคือสร้างผลตอบแทนไม่ได้ตามเป้าหมาย ตอนที่หุ้นไทย 1,600 จุด นักลงทุนก็ยังได้ผลตอบแทนไม่เข้าเป้า ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการเทรด และเลือกสินทรัพย์ลงทุนไม่ถูก ดังนั้น กลุ่ม K-WealthPLUS Series จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้ และมองว่าเป็นกองทุนใช้ได้กับ All Weather”
ในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนจากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน กองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ได้ตอกย้ำบทบาทของการเป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ได้อย่างโดดเด่น สะท้อนถึงความมีเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุนที่ช่วยลดความผันผวนและไม่แกว่งตัวตามสภาวะตลาดโลกในลักษณะที่รุนแรง อย่างเช่น กองทุน KWPULTIMATE ที่สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ประมาณ 1.6% และให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีราว 8.5% สะท้อนให้เห็นว่าพอร์ตสามารถดูดซับแรงกระแทกและรักษาความต่อเนื่องของผลลัพธ์ได้ดี แม้ในช่วงที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอนสูง (ที่มา: Morningstar ณ วันที่ 3 มี.ค. 69)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
